‘ทวี’ ชูหลักนิติธรรม-ฟังเสียงท้องถิ่นแก้ปัญหาใต้ หวังพลิกฟื้นเศรษฐกิจการค้า 3 แสนล้าน
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 15:06อ่าน 3 นาที

กมธ.กฎหมายฯลงพื้นที่สะเดา‘ ทวี’ ชูหลักนิติธรรม-ฟังเสียงท้องถิ่นแก้ปัญหาใต้ หวังพลิกฟื้นเศรษฐกิจการค้า 3 แสนล้าน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ศาลพระโพธิสัตว์กวนอิม ด่านนอก ซอย 4
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
กรรมาธิการและที่ปรึกษา และหัวหน้าพรรคประชาชาติ(ปช.) , นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ และ นายรอมฎอน ปันจอร์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและรับฟังความคิดเห็นในหัวข้อ “การบังคับใช้กฎหมาย การอำนวยความยุติธรรม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเพื่อสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ภาคใต้” สำหรับ
การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการรับฟังผลกระทบเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ ภายหลังการเปิดใช้งานด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม (เมืองด่านนอก)
ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมี ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา, นายนิรันดร์ สุเจตวงศ์ ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลสำนักขาม
สถานการณ์ล่าสุด
พร้อมทีมผู้บริหาร ตัวแทนเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ประกอบการ และภาคประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 100 คน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เปิดเผยถึงสถานการณ์หลังเปิดด่านใหม่มาได้ราว 2 เดือน ว่า
ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการสัญจรและการค้าขายในพื้นที่ด่านเดิม โดยชี้ให้เห็นถึงเงื่อนปม 3 ด้านหลัก ปัญหาเชิงนโยบายความมั่นคงและการเจรจาระหว่างประเทศ
มีการอ้างข้อกำหนดจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่าทางการมาเลเซียประสงค์ให้เปิดใช้งานเพียงด่านเดียว
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในระดับทวิภาคีเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของพื้นที่เดิม ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและสัญญาประชาคม
ทิศทางการระบายคนและสินค้าเทไปยังด่านใหม่ทั้งหมด และดึงนักท่องเที่ยวตรงเข้าสู่อำเภอหาดใหญ่ทันที ส่งผลให้พื้นที่ด่านนอกซบเซา ทั้งที่ตามเป้าหมายเดิมควรส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวแวะพัก
2–3 คืน ซึ่งขัดต่อสัญญาประชาคมที่เคยตกลงกันไว้ตั้งแต่เริ่มผลักดันโครงการและ การขาดการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น การบริหารจัดการไม่เปิดโอกาสให้ตัวแทนภาคประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งเป็นผู้รู้ปัญหาจริงเข้ามามีส่วนร่วมในการวางระบบ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า โครงการสร้างด่านใหม่ดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.
ซึ่งเดิมวางเป้าหมายให้ด่านใหม่รองรับระบบโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า ส่วนด่านเดิมจะเน้นรองรับการท่องเที่ยวและประชาชน แต่โครงการติดปัญหาข้อกฎหมายเรื่องที่ดิน ส.ป.ก. จนกระทั่งในปี
2558 มีการใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. ปลดล็อกข้อกฎหมายและดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา “ด่านสะเดาถือเป็นด่านที่มีมูลค่าการค้าชายแดนมากที่สุดของประเทศ เกือบ 300,000
ล้านบาทต่อปี และนักท่องเที่ยวมาเลเซียก็เป็…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



