บีโอไอ เผยภาคตะวันออก 3 ปีครึ่งยอดส่งเสริมพุ่ง 2.6 ล้านล้าน ดัน 6 เป้าหมายรับคลื่นลงทุนใหม่
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 18:03อ่าน 3 นาที

บีโอไอ ชี้ ภาคตะวันออกแหล่งลงทุนสำคัญ เผย 3 ปีครึ่งยอดส่งเสริมพุ่ง 2.6 ล้านล้าน ดัน 6 เป้าหมายรับคลื่นลงทุนใหม่ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช
ประเด็นสำคัญ
รีสอร์ท พัทยา จังหวัดชลบุรี นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงการจัดงานสัมมนา “Eastern Thailand: Unlocking the Next Investment
Frontier” ว่า โครงสร้างเศรษฐกิจและการลงทุนโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานสะอาด
รายละเอียดเพิ่มเติม
การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ตลอดจนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI, หุ่นยนต์, เซมิคอนดักเตอร์, ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีชีวภาพ
ทำให้เกิดกระแสการกระจายฐานการลงทุนมายังภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น และเป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทย เราจึงจำเป็นต้องสร้างรากฐานให้แข็งแรง และปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ
โดยเฉพาะในภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งรองรับการลงทุนที่สำคัญที่สุดของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดโครงการลงทุนที่มีคุณภาพ
สถานการณ์ล่าสุด
และพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาค นายนฤตม์ กล่าวว่า
งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกทั้งไทยและต่างชาติ เข้าร่วมงานกว่า 500 คน ส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน
เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โลหะและวัสดุ เคมีและปิโตรเคมี เกษตรและอาหาร ธุรกิจบริการและสาธารณูปโภค ตามลำดับ
มุมมองและผลกระทบ
สะท้อนถึงความสนใจของภาคธุรกิจจากหลากหลายสาขาต่อโอกาสการลงทุนในภาคตะวันออก นายนฤตม์ กล่าวว่า ภาคตะวันออกถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ
และเป็นภูมิภาคที่มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด โดยในช่วง 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา (ปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569) มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 4,566 โครงการ มูลค่ากว่า 2.6
ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ จังหวัดชลบุรีมีเงินลงทุนสูงสุดในภาคตะวันออกกว่า 1.29 ล้านล้านบาท รองลงมา ได้แก่ ระยอง 837,000
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ล้านบาท ปราจีนบุรี 235,000 ล้านบาท และฉะเชิงเทรา 228,000 ล้านบาท โดย 3 อุตสาหกรรมที่มีเงินลงทุนสูงสุด ได้แก่ อุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน
นายนฤตม์ กล่าวว่า ภาคตะวันออกมีความได้เปรียบจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือ สนามบิน และระบบสาธารณูปโภค
รวมถึงฐานผู้ประกอบการและห่วงโซ่อุปทานที่มีความลึกและหลากหลาย จึงมีศักยภาพในการเป็น Gateway สำหรับการลงทุนและการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ตลาดโลก อย่างไรก็ตาม คลื่นการลงทุนระลอกใหม่
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง มีความต้องการปัจจัยสนับสนุนที่แตกต่างจากอุตสาหกรรมยุคก่อน ทำให้การเตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภค พื้นที่ลงทุนในลัก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



