โลกเปลี่ยนเกมสู่ยุคAI ย้ำ“ไทย”ต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ รับมือโลกผันผวน
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 01:15อ่าน 3 นาที

วันนี้ ( 17 ส.ค.2569) นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลง 4 ด้านพร้อมกัน ได้แก่ เทคโนโลยีและ AI
ประเด็นสำคัญ
รวมถึงความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้ว วิกฤตภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และโครงสร้างประชากรสูงวัย
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เชื่อมโยงกันและส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งทั้งสี่ปัจจัยไม่ได้แยกจากกัน ดังนั้นการเติบโตของ AI
รายละเอียดเพิ่มเติม
สะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงของเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่งผู้นำไม่สามารถแก้ปัญหาเป็นเรื่องๆ หรือใช้สูตรสำเร็จจากอดีตได้ แต่ต้องเห็นความเชื่อมโยง ตั้งคำถามให้ถูก เปิดรับความจริงที่ไม่สบายใจ
และตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์และกล้าตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีกำลังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กมากขึ้น ทั้งจากต้นทุน Computing Power ที่ลดลง AI
ที่ช่วยลดต้นทุนด้านความรู้และงานวิจัย ตลอดจนเครื่องมือทางธุรกิจและช่องทางเข้าถึงตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจสามารถสร้าง ทดลอง และขยายผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วขึ้น
สถานการณ์ล่าสุด
แต่การแข่งขันก็รุนแรงขึ้นเช่นกัน ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวให้เร็วและสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจ โลกปัจจุบันยากขึ้น แต่คนตัวเล็กมีโอกาสมากขึ้น
ไม่มีช่วงเวลาใดในประวัติศาสตร์ที่คนตัวเล็กจะเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายเท่าวันนี้ แต่ “เริ่มต้นง่าย” ไม่ได้แปลว่า “ประสบความสำเร็จง่าย” เพราะการแข่งขันสูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น
ผู้ประกอบการจึงต้องมีภูมิคุ้มกันและปรับตัวได้รวดเร็ว ไทยต้องเร่งสร้าง 5 จุดแข็งใหม่ นายสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า
มุมมองและผลกระทบ
การลงทุนในโลกกำลังเปลี่ยนโครงสร้างจากแรงกดดัน 3 ด้าน คือ ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และความยั่งยืน
โดยนักลงทุนต่างชาติไม่ได้มองเพียงต้นทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่พิจารณาถึงความมั่นคง ห่วงโซ่อุปทาน บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด
และความรวดเร็วในการเริ่มธุรกิจอีกทางหนึ่งด้วย ส่งผลให้อาเซียนกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่เด่นของการลงทุนโลก ทั้งนี้ ปี 2024 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทั่วโลก (FDI) ทั่วโลกลดลง 11% แต่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
FDI ในอาเซียนกลับเพิ่มขึ้น 8% แตะ 226,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 15% ของ FDI โลก สะท้อนว่า อาเซียนยังเป็นพื้นที่สำคัญของการลงทุนและห่วงโซ่การผลิตโลก
โดยไทยจำเป็นต้องใช้โอกาสจากการย้ายฐานลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเดิมและสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ไทยต้องเร่งสร้าง 5 จุดแข็งใหม่ คือ
หาพลังงานสะอาดในราคาที่แข่งขันได้ ขยาย FTA เพื่อเปิดตลาดใหม่ สร้าง Talent Pool รองรับอุตสาหกรรมอนาคต รวมถึงพัฒนาพื้นที่พร้อมสาธารณูปโภครองรับอุตสาหกรรมใหม่ และยกระดับ Ease of Doing
Business & Living เป้าหมายคือเปลี่ยนไทยจาก ฐานการผลิต สู่ ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ รองเลขาBOI กล่าวอีกว่า ประเทศไทยไม่ได้มุ่งทิ้งฐานอุตสาหกรร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



