ธปท.ชี้แบงก์ไทยไตรมาส 2/69 ยังแกร่งบวก 2% สวนทาง สินเชื่อ SME หดตัว 4 ปีซ้อน
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 17:03อ่าน 3 นาที

ธปท.ชี้แบงก์ไทยไตรมาส 2/69 ยังแกร่งบวก 2% สวนทางสินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัว 4 ปีซ้อน นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 2/2569 ยังมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์
(รวมเครือ) เติบโตที่ 2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ได้แรงสนับสนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญตามความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
เนื่องจากต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังหดตัวต่อเนื่อง ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง นายสุโชติ กล่าวว่า
คุณภาพสินเชื่อหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล ปรับลดลงมาอยู่ที่ 534.8 พันล้านบาท จากการเร่งบริหารจัดการคุณภาพหนี้เป็นสำคัญ ส่งผลให้สัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมทรงตัวอยู่ที่ 2.82%
ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่อยู่ประมาณ 2.85% ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่วนสินเชื่อ Stage 2 หรือความสินเชื่อที่มีความเสี่ยงเป็นหนี้เสียมากขึ้น
สถานการณ์ล่าสุด
ปรับลดลงมาอยู่ที่ 6.78% ส่วนหนึ่งจากลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่ไหลเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้น และก็มีลูกหนี้บางส่วนที่เดิมถูกจัดชั้นเชิงคุณภาพปรับตัวดีขึ้น
โดยธนาคารพาณิชย์ยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยชะลอการเกิดหนี้เสียใหม่ได้ “สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ที่ยังมีความไม่แน่นอนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ไม่ทั่วถึง ยังเป็นปัจจัยกดดันความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงคุณภาพสินเชื่อที่ต้องติดตามต่อไป
มุมมองและผลกระทบ
โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้เอสเอ็มอีที่เปราะบางอยู่เดิม และภาคครัวเรือนที่เผชิญกับความผันผวนของรายได้และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้จากสถานการณ์ที่อาจจะยังไว้วางใจไม่ได้มากนัก
เพราะความไม่แน่นอนของสงครามยังมีอยู่สูง ธปท.ได้มีการเตรียมมาตรการอื่นๆ ไว้รองรับอาทิ มีแนวคิดปรับเกณฑ์การสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารพาณิชย์ให้มีความยึดหยุ่นขึ้น
เพื่อทำให้การลดค่างวดของลูกหนี้ได้ประสิทธิภาพที่มากพอ ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการเตรียมเอาไว้ก่อนเผื่อสถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม” นายสุโชติ กล่าว นายสุโชติ กล่าวว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ภาพของสินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 16 ซึ่งสาเหตุคงเป็นเรื่องของความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้
แต่เหตุผลหลักมาจากการเร่งบริหารจัดการหนี้ของธนาคารพาณิชย์ ขณะที่การให้ความช่วยเหลือของสถาบันการเงินในเชิงป้องกันและการปรับโครงสร้างหนี้มีส่วนช่วยชะลอการเกิดเอ็นพีแอล
ด้านหนี้ครัวเรือนมีการปรับลดลงเล็กน้อย สินเชื่อที่อนุมัติให้ครัวเรือนขยายตัวในระดับต่ำ ส่วนหนึ่งมีผลจากฐานคือ จีดีพีที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นทำให้ตัวหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีปรับลดลง
นายสุโชติ กล่าวว่า ด้านการขยายตัวของสินเชื…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



