ตร.ไซเบอร์ ล่าแก๊งสแกมเมอร์ทั่วอีสาน รวบ 20 ราย อายัดเงินคืนเหยื่อกว่า 2 ล้านบาท
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 17:18อ่าน 3 นาที

ตร.ไซเบอร์ ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์อีสาน รวบแล้ว 20 ราย เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (บก.สอท.3 ) ถ.มิตรภาพ ต.สำราญ
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อ.เมือง จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผอ.ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย
พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3, พ.ต.อ.ประเสริฐ บุญสร้าง ผกก.2 บก.สอท.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวการสืบสวนจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์ภาคอีสาน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้
รายละเอียดเพิ่มเติม
จำนวน 20 ราย ใน 2 คดี สำคัญ พร้อมทั้งอายัดบัญชีคืนเงินคืนผู้เสียหาย รวมกว่า 2 ล้านบาท พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด
ได้ร่วมกันระดมกวาดล้างจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่องในทุกมิติ โตมนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร.
รวมไปถึงการสืบสวนขยายผลและตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อติดตามยอดเงินที่ถูกลวงกลับมาคืนสู่ผู้เสียหาย ตามโครงการ “MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืนคืน”
สถานการณ์ล่าสุด
โดยก่อนหน้านี้ สามารถจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และสามารถติดตามนำคืนให้แก่ผู้เสียหายได้แล้วหลายครั้ง มูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาทจนนำมาสู่ปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหา
รวมจำนวน 20 ราย และติดตามเงินที่ถูกหลอกลวงคืนผู้เสียหายได้ โดยคดีที่แรก เป็นกรณีที่มิจฉาชีพหลอกลวงผู้เสียหายให้เทรดหุ้น เสียหายกว่า 19 ล้าน คดีนี้สามารถอายัดทันคืนผู้เสียหาย
1,284,000 บาท สืบเนื่องจากมีผู้เสียหาย เป็นชายวัย 70 ปี รายหนึ่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ได้ถูกมิจฉาชีพชักชวนให้ลงทุน เทรดหุ้นออนไลน์ โดยแนะนำให้เข้าร่วมกลุ่มไลน์ชื่อ
มุมมองและผลกระทบ
“Invest” อ้างว่าเป็นโครงการสอนเทรดหุ้น และสร้างความน่าเชื่อถือโดยการใช้ภาพโปรไฟล์เป็นตราสัญลักษณ์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปตามที่คนร้ายแนะนำ รวมทั้งสิ้น จำนวน 22 ครั้ง ไปยังบัญชีธนาคารปลายทาง จำนวน 15 บัญชี มูลค่าความ เสียหายทั้งสิ้น 19,638,742.20 บาท ต่อมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ได้ร่วมกันสืบสวนและพิสูจน์ทราบเส้นทางการเงินของกลุ่มคนร้ายดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีการวางระบบเส้นทางการเงิน โดยแบ่งออกเป็น 4 ระดับ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ทั้งผู้ใช้บัญชีรับเงินจากผู้เสียหาย, พักเงิน, ถอนเงิน และนำเงินสดที่ได้ไปให้กลุ่มผู้รับผลประโยชน์โดยตรง หรือฝากต่อไปยังบัญชีผู้รับผลประโยชน์ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
โดยมีการใช้บัญชีธนาคารทั้งในนามบุคคคลธรรมดา และนิติบุคคล (บริษัท) ในการทำธุรกรรม และยังพบอีกว่า เครือข่ายดังกล่าวมีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับการรับเงินสดจากกลุ่มถอนเงินด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับกลุ่มบุคคลที่เป็นกรรมการบริษัท รวมทั้งเจ้าของบัญชีถอนเงินทั้งสิ้น จำนวน 19 ราย ในความผิดฐาน
“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



