นายกฯ เผย 2 บิ๊กธุรกิจนิวซีแลนด์เตรียมลงทุนไทย เล็งตั้งฐานกระจายผลไม้-ผุดสวนสนุกในอาคาร
อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 21:24อ่าน 2 นาที

“นายกฯ” เผย 2 บิ๊กธุรกิจนิวซีแลนด์เตรียมลงทุนไทย เล็งตั้งฐานกระจายผลไม้-ผุดสวนสนุกในอาคาร เมื่อวันที่ 20 ส.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังหารือแบบส่วนตัว (One on
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
one) กับผู้บริหารบริษัท T&G Global ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านพืชสวน และผลไม้สดเก่าแก่ของนิวซีแลนด์ และนายเจฟฟ์ แมคโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกายไลน์ เอ็นเตอร์ไพรส์
(Skyline Enterprises) ณ เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ว่า ทั้ง 2 บริษัทตัดสินใจจะเข้ามาลงทุน และมีพาร์ทเนอร์ในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยธุรกิจแรกคือการส่งออกผลไม้
รายละเอียดเพิ่มเติม
และอีกธุรกิจเป็นประเภทความบันเทิง (Amusement) ในลักษณะของสวนสนุกที่อยู่ในอาคาร นายกฯ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจส่งออกผลไม้ของ T&G Global จะเน้นที่แอปเปิล
ซึ่งมียอดขายเฉพาะในประเทศไทยปีละกว่า 3,000 ล้านบาท และมียอดขายทั่วโลกประมาณปีละ 100,000 ล้านบาท ทางบริษัทไม่ได้ปลูกแอปเปิลที่นิวซีแลนด์
แต่มีเทคโนโลยีด้านพันธุกรรมและไปรับผลผลิตจากทั่วโลก โดยเห็นว่าประเทศไทยมีทำเลที่ตั้ง (Location) ที่เหมาะสมในการเป็นฐานกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอาเซียน อินเดีย และตะวันออกกลาง นายกฯ
สถานการณ์ล่าสุด
กล่าวว่า การลงทุนในเฟสแรก บริษัทจะเน้นการใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระจายสินค้าที่มีปริมาณมาก และมีความต้องการตลอดเวลาก่อน ส่วนในเฟสที่ 2
มีความสนใจที่จะนำเทคโนโลยีทางพันธุกรรมมาศึกษาว่าเกษตรกรไทย จะสามารถปลูกแอปเปิลเพื่อเป็นช่องทางเพิ่มผลผลิตได้หรือไม่ เนื่องจากประเทศไทยมีเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรม
หากนำมาร่วมกันทำวิจัยและพัฒนาการผลิตต่อไปก็จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท ประเทศไทย และเกษตรกร “บริษัทมีความมั่นใจ และตัดสินใจที่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระจายสินค้า
มุมมองและผลกระทบ
โดยเดินทางมาถึงวันแรกก็ขอเข้าพบก่อนทันที และในวันพรุ่งนี้จะมีการพบกับผู้ประกอบการที่สนใจจะเป็นพาร์ทเนอร์ หรือสนใจใช้ประโยชน์จากไทยในการเป็นฐานการผลิตสินค้าเพิ่มเติมต่อไป” นายกฯ
กล่าว ส่วนการเจรจา One on one ของบริษัท Skyline Enterprises นายกฯ ระบุว่า ทางบริษัทได้นำแบบแปลนมาให้ดูแล้ว
เพียงแต่ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์ทเนอร์ในประเทศไทยซึ่งยังไม่สามารถเอ่ยนามได้ เนื่องจากธุรกิจต้องใช้พื้นที่ เยอะมาก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จึงต้องพิจารณาว่าจะร่วมมือในสถานที่ที่มีความพร้อมอยู่แล้วหรือจัดหาสถานที่ใหม่ โดยสรุปคือบริษัทตัดสินใจแล้วว่าจะมาลงทุนในประเทศไทย
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



