ชาวแม่กะสีผวา เสือโคร่งป่าแม่วงก์ออกมากินสุนัขในหมู่บ้าน ผอ.สำนักฯ12 ยอมรับเสือเผลอหลุดจากป่าล่าเหยื่อถึงหมู่บ้าน
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 14:30อ่าน 3 นาที

ชาวบ้านแม่กะสีผวาเสือโคร่งจากป่าแม่วงก์ออกมากินสุนัขในหมู่บ้าน ผอ.สำนักฯ12 ยอมรับเสือในโครงการเผลอหลุดจากป่าล่าเหยื่อถึงหมู่บ้าน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ยืนยันแต่ไม่ใช่ตัวเดียวกับที่กัดเจ้าหน้าที่เสียชีวิตในห้วยขาแข้งฯกลับเข้าป่าไปแล้ว ตั้งชุดส่วนหน้าช่วยชาวบ้าน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์เสือจากเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทำร้ายนายศักรินทร์ วิชาจารย์ พนักงานราชการ
รายละเอียดเพิ่มเติม
สังกัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจนเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ สร้างความโศรกเศร้าเสียใจอย่างมาก
และหลายหน่วยงานระดมเจ้าหน้าที่เพื่อเร่งหาเสือดังกล่าวเพื่อหาทางแก้ไขต่อไปนั้น ล่าสุด นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 เปิดเผยว่า
หลังลงพื้นที่ตำบลแม่กะสี อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ รอยต่อป่าตะวันตกระหว่างอุทยานแห่งชาติแม่วงก์และเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี
สถานการณ์ล่าสุด
หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านตำบลแม่กะสี อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ ว่า มีเสือโคร่งตัวใหญ่เดินออกจากป่าแม่วงก์มากัดสุนัขตายถึงในหมู่บ้าน
ชาวบ้านแม่กะสีกำลังหวาดผวากับเหตุการณ์ดังกล่าวไม่กล้าเดินทางออกไปไหนมาไหน นางชยากร เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งจากชาวบ้านเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา
ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานลงพื้นที่ตำบลแม่กะสี อำเภอแม่เปิน เพื่อตรวจสอบทันที ปรากฏว่าเป็นเสือโคร่งจริงแต่เป็นเสือที่มีอยู่ในฐานข้อมูลของกรมฯ
มุมมองและผลกระทบ
และยืนยันว่าเป็นเสือคนละตัวกับที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ในห้วยขาแข้งฯจนเสียชีวิตอย่างแน่นอน เพราะจากร่องรอยพบว่าเป็นเสือ อายุช่วง 2 ปีและเป็นลูกของแม่เสือชื่อ”กนิษฐา”
ที่ทางเจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลอยู่ ลูกเสือตัวนี้น่าเผลอเดินหากินจนหลุดออกจากป่าเข้ามาลึกในหมู่บ้านหรืออาจมีเหยื่อล่อ เสือจึงเผลอเรียนรู้ตามธรรมชาติเพราะพื้นที่ดังกล่าว
เป็นเขตรอยต่อระหว่างป่าเขตอุทยานกับหมู่บ้านชิดกันมาก “บริเวณที่เกิดเหตุเป็นชายป่าเสือน่าจะเรียนรู้ หรือเผลอเดินออกมาหาเหยื่อ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่เสื้อรู้ว่าระบบนิเวศน์ไม่ใช่อาณาเขตของเขาก็จะกลับเข้าป่าไปเอง ชาวบ้านไม่ต้องกังวนเพราะเสือจะกลัวมนุษย์
พอรู้ว่าไม่ใช่อาณาเขตก็กลับเข้าป่าไปเองขณะนี้เจ้าหน้าที่อุทยานได้ลงพื้นที่ไปสร้างความเข้าใจชาวบ้าน ขอให้เพิ่มแสงสว่างบริเวณคอกสัตว์เลี้ยง ที่พักอาศัย
เสริมความแข็งแรงคอกสัตว์เลี้ยงและความระมัดระวังในการเดินทางกลางคืน ขอให้ชาวเดินทางกันไปไหนเป็นหมู่คณะ
และชาวบ้านไม่ต้องตกใจมีเจ้าหน้าไปลาดตระเวนสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยให้ชาวบ้านตลอดเวลา ขอให้ชาวบ้านไม่ต้องกังวนเพราะเชื่อว่าเสือน่าจะกลับเข้าป่าไปแล้ว ”ผอ.สำนักฯ12กล่าว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



