อย่าชะล่าใจ! ผู้ใหญ่ 1 ใน 3 ป่วยไขมันพอกตับ 2-3 ล้านคน ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี แพทย์แนะปรับการกิน
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 18:56อ่าน 3 นาที

อย่าชะล่าใจ!
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
คนไทย 1 ใน 3 ป่วยไขมันพอกตับ 2-3 ล้านคน ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี แพทย์แนะปรับการกิน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันตับอักเสบโลก ประจำปี 2569 (World Hepatitis Day 2026) ภายใต้แนวคิด “ONE LIVER ONE FUTURE เริ่มดูแลตับวันนี้ เพื่ออนาคตที่แข็งแรง” เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคตับ พร้อมส่งเสริมการตรวจคัดกรองและป้องกันโรคตับอย่างยั่งยืน โดยมี รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารตับนำโดย พญ.กันต์สุดา ปัญจชัยพรพล ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นพ.วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร หัวหน้างานอายุรกรรมทางเดินอาหารและตับ พญ.อัญญา เกียรติวีระศักดิ์ และ นพ.สพล วิวัฒน์พัฒนกุล รวมทั้งทีมแพทย์เฉพาะทางสหสาขาและประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้อง Convention Hall ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า โรคตับอักเสบและโรคตับเรื้อรังยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมากมักไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อหรือมีความเสี่ยง จนอาจลุกลามสู่ภาวะตับแข็งและมะเร็งตับ การป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มุ่งมั่นพัฒนาบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและส่งเสริมองค์ความรู้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างยั่งยืน ภายในงานมีการจัดเสวนาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับ ร่วมกับทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการรักษาโรคตับในปัจจุบัน ทั้งนี้ พญ.กันต์สุดา ปัญจชัยพรพล ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยยังมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังราว 2–3 ล้านคน และผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ เนื่องจากโรคมักไม่แสดงอาการในระยะแรก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันที่มีประสิทธิภาพ และมียารักษาไวรัสตับอักเสบซีที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถรักษาให้หายขาดได้มากกว่าร้อยละ 95 ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับ และสนับสนุนเป้าหมายการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบภายในปี 2030 ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก โดย นพ.สพล วิวัฒน์พัฒนกุล และ นพ.สิทธิกร ปภาวิน ร่วมเน้นย้ำว่า ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับการประเมินและติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับ และไม่ควรหยุดยาเอง ส่วนไว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



