ภัทรพงศ์ รมช.คมนาคม เดินหน้ายกระดับไทยสู่ World-Class Aviation Hub
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:10อ่าน 3 นาที

ความพร้อมในการก้าวสู่การเป็น World-Class Aviation Hub?
... ผมว่าเป็นได้เพราะมีความพร้อมทุกอย่าง โครงสร้างพื้นฐานก็มีความพร้อม เทคโนโลยีต่างๆ ก็พร้อม ด้านบุคลากร สถาบันการบินพลเรือนก็พร้อม รวมถึงเรื่องการบริการและด้านความปลอดภัยเราก็พร้อม เพราะเซอร์วิสของเราดีอยู่แล้ว แต่ว่าคนไทย ผู้ประกอบการ ภาครัฐและเอกชนต้องจับมือกัน กระทรวงคมนาคม คือกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีหนึ่งในรัฐมนตรีของกระทรวงคมนาคมที่น่าสนใจ เพราะเป็น สส.เพียงแค่ 2 สมัย ก็ก้าวขึ้นมาเป็น รมช.คมนาคมในวัย 43 ปี และก่อนหน้านี้เคยเป็นรองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นั่นก็คือ "ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม-สส.พิจิตร 2 สมัย พรรคภูมิใจไทย-ทายาทตระกูลการเมืองภัทรประสิทธิ์" ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "ไทยโพสต์" ในประเด็นการทำงานในฐานะ รมช.คมนาคม ตลอดจนเส้นทางการเมืองที่เคยเป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนันที่พิจิตร ก่อนจะมาเป็น รมช.คมนาคม-สส.พิจิตร ในปัจจุบัน สำหรับ "ภัทรพงศ์ รมช.คมนาคม" ได้รับมอบหมายงานจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ให้รับผิดชอบงานด้านการขนส่งทางอากาศ โดยรับผิดชอบบริหาร 4 หน่วยงาน คือ กรมท่าอากาศยาน, บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด, สถาบันการบินพลเรือน และโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยรัฐบาล กระทรวงคมนาคม มีเป้าหมายสำคัญคือการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค หรือ World-Class Aviation Hub ภายในปี พ.ศ. 2572 ส่วนการจะไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าวจะต้องทำอย่างไร "ภัทรพงศ์ รมช.คมนาคม" จะมาบอกเราถึงการบริหารงานแต่ละหน่วยงาน ก่อนไปถึงภาพใหญ่เป้าหมายการทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค "ภัทรพงศ์" เริ่มต้นที่การพูดถึงนโยบายการบริหารงาน กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ว่าสนามบินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยานที่มีด้วยกัน 28 แห่ง ถูกสร้างขึ้นมาไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับเรื่องของการพาณิชย์ แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการขนส่งบุคคล เรื่องของความมั่นคง ขนส่งเวชภัณฑ์ การเกษตร ...โดยเรามีการแบ่งเกณฑ์ตามขนาดของสนามบิน ซึ่งในส่วนของสนามบินขนาดกลางขึ้นบน มีการมองว่ามีศักยภาพที่อาจจะพัฒนาไปเป็นระดับสนามบินนานาชาติได้ หรือว่าขยายหาเที่ยวมาเพิ่มได้ ส่วนสนามบินขนาดเล็ก ซึ่งบางแห่งไม่มีเที่ยวบินเลย ก็มองว่าจะฟื้นสนามบินให้มีเที่ยวบินมาลง แต่ทั้งหมดยังเป็นเรื่องของไก่กับไข่ ก็คือต้องไปเจรจากับทางสายการบินหลายแห่ง เพราะการจะเป็นสนามบินนานาชาติจะต้องมีเที่ยวบินนานาชาติมาบินขึ้น-ลง ถึงจะเปลี่ยนเป็นสนามบินนานาชาติ รวมถึงการทำตามกฎของ ICAO หรือองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization) ...ในส่วนของสนามบิน ซึ่งบางแห่งเป็นขนาดกลาง ค่อนข้างไปในทางขนาดใหญ่ แต่ว่าบางแห่งก็ไม่ใช่ขนาดใหญ่อาจค่อนไปทางเป็นขนาดเล็ก แต่ว่ามีศักยภาพ ที่อยู่ในเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็จะพยายามเอาสายการบินต่างประเทศมาลง ตอนนี้ที่เห็นเป็นรูปธรรม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



