‘สุ-จิ-ปุ-ลิ’กับกระบวนการเรียนรู้และพัฒนา
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:04อ่าน 3 นาที

คุณ โสภณ ซารัมย์ ท่านประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน...คงต้องสารภาพว่าไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมีโอกาสพบปะแบบเป็นตัวเป็นๆ แม้ว่าท่านคงต้องคลุกคลีกับชีวิตทางการเมืองจนบารมีแก่กล้าพอที่จะดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาอยู่จนทุกวันนี้ แต่จากคำพูด คำอภิปราย ที่ท่านได้แสดงออกถึงความคิด-ความเห็น เนื่องในโอกาสเพื่อช่วยกระตุ้น ส่งเสริม ความสำคัญของ หอสมุดรัฐสภา หรือที่เรียกๆ กันว่า โครงการ Library Talk เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า ท่านออกจะ มีกึ๋น อยู่พอสมควรเหมือนกัน โดยเฉพาะการเน้นย้ำ การให้ความสำคัญ กับคำว่า สุ-จิ-ปุ-ลิ ที่ผู้คนโบร่ำโบราณท่านถือเสมือน หัวใจนักปราชญ์ เป็น กุญแจ ในการเรียนรู้และพัฒนาความเป็นตัวตนของแต่ละปัจเจกบุคคล อันได้แก่การ ฟัง-คิด-ถาม-เขียน โดยคงต้องขอบอกตรงๆ ว่า...สิ่งที่ช่วยหล่อหลอมความเป็นตัวตนของ อันตัวข้าพเจ้าเอง ตลอดช่วงชีวิตของการขีดๆ เขียนๆ หรือตลอดช่วงชีวิต 70 ปีของตัวเองก็ว่าได้ ก็คือสิ่งที่ว่านี้นี่แหละ แม้แต่ครั้งที่ภรรยาของคุณ พิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ ท่านชวนให้ไปช่วยสร้าง ช่วยอบรม นักข่าว สิ่งที่หยิบมามอบให้เป็นเครื่องมือ หรือเป็น คาถา สำหรับบรรดาผู้สื่อข่าวทั้งหลาย ก็คือสิ่งที่เรียกว่า สุ-จิ-ปุ-ลิ นี่เอง... เพียงแต่เมื่อ ฟัง ต้องฟังแบบที่ท่านอดีตนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน ท่านเรียกว่า ฟังแบบได้ยิน ไม่ใช่แบบทะลุหูซ้ายออกไปทางหูขวา ไม่ใช่แบบฟังไม่ได้ศัพท์แต่จับเอาไปกระเดียด สิ่งที่ฟังมันจึงจะส่งผลให้ คิด หรือพอให้เกิดความคิด ส่วนเวลาคิดก็อาจต้องคิดแบบตัวละครในนิทานเวตาลอะไรทำนองนั้น คือพร้อมจะหยิบเอาเรื่องยากๆ เอาปัญหาระดับโลกแตกมาใคร่ครวญ พิจารณา โดยไม่กังวลว่าจะสมองแตก เส้นเลือดแตก หรือไม่?
ประเด็นสำคัญ
ประการใด?
คิดไป-คิดมา ถ้ายังหาคำตอบ หาข้อสรุปไม่ได้โดยชัดเจน ก็หนีไม่พ้นต้อง ถาม และถามในแบบแม้แต่สิ่งที่ไม่อาจนำมาเป็นข่าว แต่ถ้าพอช่วยให้ เข้าถึง-เข้าใจ ก็เป็นอันต้องถามไปด้วยกันทั้งสิ้น สุดท้าย...ทุกสิ่งทุกอย่างจึงจะนำมาสู่การ เขียน หรือการปฏิบัติ ตามกระบวนการอันตั้งอยู่บนองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งที่เรียก สุ-จิ-ปุ-ลิ ได้แบบครบถ้วน สมบูรณ์... ส่วนเมื่อปฏิบัติตามกระบวนการดังกล่าวแล้ว จะส่งผลให้ตัวเองเป็น ปราชญ์ หรือเป็น ปาด คงแทบไม่ต้องไปเสียเวลาสนใจ เพราะการเป็นอย่างที่ตัวเราเป็น กับการเป็นอย่างที่ผู้อื่นเห็นว่าเราเป็น ย่อมเป็นคนละเรื่อง-ละม้วนอยู่แล้วแน่ๆ แต่โดยประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ของการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองตามกรรมวิธีดังกล่าว ต้องเรียกว่าไม่เคยเป็นสิ่งที่ล้าสมัย หรือพ้นสมัย ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม...กลับเป็นอะไรที่สอดคล้อง เหมาะสม ไปในทุกยุค ทุกสมัย แม้แต่ในยุคแห่งความก้าวหน้า ก้าวไกล ทาง เทคโนโลยี ที่ท่านประธานฯ โสภณ ซารัมย์ ท่านเห็นว่าออกจะเป็น อุปสรรค ต่อกระบวนการปฏิบัติในลักษณะที่ว่านี้... ซึ่งก็คงจริงของท่านนั่นแหละ...เพราะสิ่งที่เรียกว่า เทคโนโลยี นั้น มันมักทำให้ความหมั่น ความเพียร หรือ วิริยะ มีสิทธิ์สูญสลายลงไปได้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



