ถกเข้มงบบัตรทอง ‘พัฒนา’ มองสวน สปสช. ขอให้เลิกใช้แนวคิดเดิม ก่อนถูกนานาชาติตั้งคำถามว่า Why Thailand failed
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 14:25อ่าน 3 นาที

ถกเข้มงบบัตรทอง ‘พัฒนา’ มองสวน สปสช. ขอให้เลิกใช้แนวคิดเดิม ก่อนถูกนานาชาติตั้งคำถามว่า Why Thailand failed จี้ วัดความคุ้มค่าเงินทุกก้อน ก่อนเพิ่ม-ลด-ยุบ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี
เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมประชุมติดตามการจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยช่วงแรกของการประชุม
รายละเอียดเพิ่มเติม
สปสช.ได้นำเสนอข้อมูลการใช้งบประมาณ เพื่อตอบข้อสังเกตของ รมว.สาธารณสุข ที่เสนอไว้ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา
ใช้เวลาซักถามและตอบข้อสังเกตกว่า 2 ชั่วโมง นางวราภรณ์ สุวรรณเวลา ผู้ทรงคุณวุฒิ สปสช. นำเสนอข้อมูลการจัดสรรงบประมาณ โดยระบุว่า ปัจจุบันกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีผู้รับงบประมาณ
6 กลุ่ม ได้แก่ หน่วยบริการสาธารณสุข, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, องค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงกำไร, สถานบริการอื่นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบ,
สถานการณ์ล่าสุด
เครือข่ายบริการด้านยา และผู้ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41 โดยในปี 2568 มีการจัดสรรงบประมาณในส่วนที่นำเสนอประมาณ 179,528 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม
ประเด็นสำคัญของการประชุมไม่ได้อยู่เพียงการตรวจสอบว่า สปสช.จัดสรรงบประมาณตามกฎหมายหรือไม่ แต่เป็นการตั้งคำถามว่า เงินที่จัดสรรไปแล้วสร้างผลลัพธ์และมีความคุ้มค่ามากเพียงใด
โดยนายพัฒนาเสนอให้เปลี่ยนมุมมองจากการมองว่า “ประเทศไทยใช้งบด้านสุขภาพไม่สูง แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดี” ไปสู่การพิจารณาประสิทธิภาพของการใช้เงินอย่างรอบด้าน นายพัฒนากล่าวว่า
มุมมองและผลกระทบ
แม้ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างประเทศจะแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่อหัวต่ำกว่าประเทศรายได้สูง ขณะที่อายุคาดเฉลี่ยและผลลัพธ์ด้านสุขภาพหลายตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน
แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าระบบมีประสิทธิภาพ เพราะยังมีปัจจัยอื่นที่ไม่ได้ถูกนำมาคำนวณ เช่น คุณภาพของบริการ ความแตกต่างของการเข้าถึงบริการระหว่างพื้นที่ โครงสร้างประชากร
เงินบริจาคที่ไหลเข้าสู่โรงพยาบาล รวมถึงต้นทุนจากการนำเข้ายาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รมว.สธ.จึงเสนอว่า ควรเปลี่ยนวิธีคิดจากการยึดติดกับความสำเร็จเดิม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
มาเป็นการทบทวนว่าปัจจุบันมีจุดใดที่สามารถปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณได้บ้าง โดยเฉพาะการพิจารณาว่าเงินควรถูกวางไว้ตรงไหน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพและระบบมีความยั่งยืน
สำหรับข้อมูลการจัดสรรงบประมาณ สปสช.ชี้แจงว่า กลุ่มหน่วยบริการสาธารณสุขได้รับงบประมาณสัดส่วนสูงสุด ขณะที่มีการจัดสรรงบประมาณอีกส่วนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชน ภาคเอกชน
และเครือข่ายบริการด้านยา โดยการจ่ายเงินแบ่งเป็นกลุ่มบริการสำคัญ เช่น ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค บริการเฉพาะกลุ่ม และการจ่ายในรูปแบ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



