สนค.จับตาสหรัฐฯ-อิหร่าน ดันราคาพลังงานพุ่ง มั่นใจไทยรับมือไหว แม้ศึกยืดเยื้อ
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 10:28อ่าน 3 นาที

สนค. ประเมินสถานการณ์สหรัฐฯ – อิหร่าน มั่นใจไทยรับมือได้แม้ยืดเยื้อ นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบใหม่ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากยืดเยื้ออาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานโลกและภาวะเงินเฟ้อในหลายประเทศ
สำหรับประเทศไทยแม้ที่ผ่านมาจะได้รับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่ด้วยการกำกับดูแลราคาพลังงานและค่าครองชีพของภาครัฐ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ทำให้อัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีแรกยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก และสามารถรองรับความผันผวนระยะต่อไปได้โดยไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพจนน่ากังวล ความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศระหว่างเข้าร่วมประชุมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่า
บันทึกความเข้าใจ (MOU) รวมถึงข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ ลงนามร่วมกับอิหร่าน เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากทั้ง 2 ฝ่าย
สถานการณ์ล่าสุด
เปิดฉากโจมตีทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง ความขัดแย้งที่ยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งส่งผลให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่า
หากไม่สามารถหาข้อยุติได้โดยเร็ว ภาวะอุปทานพลังงานตึงตัวอาจเป็นปัจจัยหนุนให้หลายประเทศเผชิญกับภาวะเงินเฟ้ออีกครั้ง ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
ผลกระทบจากการปะทะในรอบแรกทำให้หลายประเทศรวมถึงสหรัฐฯต้องเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันและภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม
มุมมองและผลกระทบ
ระดับเงินเฟ้อจะแตกต่างกันตามโครงสร้างการพึ่งพาพลังงาน และนโยบายการกำกับดูแลราคาพลังงานของแต่ละประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์จำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันมากกว่าร้อยละ 90 จากตะวันออกกลาง
ประกอบกับการอ่อนค่าต่อเนื่องของค่าเงินเปโซ ประชาชนในฟิลิปปินส์จึงมีภาระค่าน้ำมันค่อนข้างสูง ขณะที่มาเลเซีย เป็นประเทศผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ (Net Energy Exporter)
นำรายได้จากการขายน้ำมันมาอุดหนุนราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ส่งผลให้ราคาสินค้าเชื้อเพลิงในดัชนีราคาผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้นไม่มากนัก ในส่วนของประเทศไทย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งรอบก่อนมีส่วนทำให้ต้นทุนฝั่งต้นน้ำของไทยสูงขึ้นชัดเจนในไตรมาสที่ 2 ของปี โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สูงขึ้นร้อยละ 8.2
เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) ส่วนดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน (RFTI) ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกันที่ร้อยละ 11.1 (YoY) แต่ด้วยนโยบายการกำกับดูแลราคาพลังงาน
ที่มีส่วนช่วยให้ราคาพลังงานขายปลีกไม่ผันผวนรุนแรงจนกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในไตรมาสดังกล่าวสูงขึ้นร้อยละ 2.70 (YoY)
และภาพรวมเงินเฟ้อของไทยช่วงครึ่งปีแรกสูงขึ้นไม่มากนักที่ร้อยละ 1.08 (AoA) โดยกลุ่มพลังงานสูงขึ้นร้อยละ 4.92 (AoA) นายนันทพงษ์ ประเมินว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



