ครม. ขยายเวลา VAT 7% อีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย. 2570 พยุงค่าครองชีพ-หนุนเศรษฐกิจต่อเนื่อง
อัปเดตเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:12อ่าน 2 นาที

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบข้อเสนอของกรมสรรพากร กระทรวงการคลังในขยายเวลาการจัดเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่อัตรา 7% ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2570 เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน รักษากำลังซื้อในประเทศ และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก วานนี้ (27
กรกฎาคม) สมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เผยว่า ที่ประชุม ครม. อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ..) พ.ศ.
รายละเอียดเพิ่มเติม
…. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อขยายระยะเวลาการลดอัตรา VAT จาก 10% เหลือ 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) ออกไปอีก 1 ปี มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2570
โดยสมศักดิ์ระบุว่า การต่ออายุมาตรการดังกล่าวเป็นการพิจารณาจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งยังเผชิญความไม่แน่นอน
โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันยังมีความจำเป็นต้องรักษาแรงส่งของเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ล่าสุด
“การขยายระยะเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวจะช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของระดับราคาสินค้าและบริการ รักษาระดับการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ
อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ตามเป้าหมาย” สมศักดิ์กล่าว VAT ไทย 10% แต่เก็บจริง 7% มานานกว่า 20 ปี แม้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายของไทยจะกำหนดไว้ที่ 10%
แต่รัฐบาลได้ใช้อำนาจออกพระราชกฤษฎีกาปรับลดอัตราจัดเก็บเหลือ 7% ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2540 ภายหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินเอเชีย หรือวิกฤตต้มยำกุ้ง
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ นับจากนั้น รัฐบาลได้ต่ออายุมาตรการลด VAT เป็นรายปีอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตรา VAT ที่ประชาชนและภาคธุรกิจจ่ายจริงยังคงอยู่ที่ 7%
จนถึงปัจจุบัน แม้อัตราตามกฎหมายจะยังอยู่ที่ 10% ก็ตาม ภาพ: BLKstudio / Shutterstock The post ครม. ขยายเวลา VAT 7% อีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย. 2570 พยุงค่าครองชีพ-หนุนเศรษฐกิจต่อเนื่อง
appeared first on THE STANDARD .
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



