ไทยพร้อมเวที UNCLOS ‘สีหศักดิ์’ กางจุดยืนประนอมข้อพิพาทกัมพูชา ชี้เป้าหมายหลักคือปักปันเขตแดน ปัดคุยแบ่งทรัพยากร
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 18:24อ่าน 3 นาที

วันนี้ (15 สิงหาคม) สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการตั้งคณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ภายใต้กระบวนการตาม อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) เพื่อหาข้อยุติในประเด็นข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา เชื่อมั่นประธานคณะประนอมออสเตรเลีย
ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก สีหศักดิ์ ระบุว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการประนอมมีความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยมี นางแคทรีนา คูเปอร์ (Katrina Cooper) เอกอัครราชทูตชาวออสเตรเลีย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ประนอมบุคคลที่ 5 และจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการประนอม ซึ่งถือเป็นบุคคลที่ทางการไทยให้การสนับสนุน ประธานคณะกรรมาธิการประนอมท่านนี้
ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทางการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างสูง โดยมีประวัติการทำงานที่สำคัญ เคยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย
ดูแลภูมิภาคเอเชียตะวันออก เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย เคยเป็นตัวแทน (Co-Agent) ของฝ่ายออสเตรเลีย
สถานการณ์ล่าสุด
ในกลไกการประนอมภาคบังคับระหว่างติมอร์-เลสเตกับออสเตรเลีย ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก จากประสบการณ์ดังกล่าว
ทางการไทยจึงมีความมั่นใจว่ากระบวนการประนอมในครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างเที่ยงธรรม และอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจในประเด็นข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างลึกซึ้ง
เมื่อถามถึงเป้าหมายของไทยว่าต้องการเพียงข้อเสนอแนะหรือมุ่งไปสู่การยุติข้อพิพาทอย่างเป็นรูปธรรม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า กลไกนี้จะนำไปสู่ข้อเสนอแนะเป็นหลัก
มุมมองและผลกระทบ
โดยทางการไทยมีหน้าที่เข้าร่วมพูดคุยและชี้แจงข้อเท็จจริง คาดว่าอาจมีการจัดประชุมทุกๆ 1 หรือ 2 เดือน ตามแต่ผู้ประนอมจะเห็นสมควร ทั้งนี้ สีหศักดิ์ ย้ำว่า
ผลสรุปจากกระบวนการประนอมจะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย (Non-binding) และไม่ใช่คำสั่งที่ไทยต้องปฏิบัติตาม แต่จะเป็นแนวทางให้ทั้งสองฝ่ายนำมาพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ในจุดใด
และจะถูกนำมาใช้เป็น ‘พื้นฐาน’ สำหรับการพูดคุยแบบทวิภาคีกับฝ่ายกัมพูชาต่อไป ”ท่าทีของไทยตั้งแต่ต้นคือการมุ่งเน้นการเจรจาพูดคุยกันก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการนี้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่เมื่อการพูดคุยยังไม่ได้ผล จึงต้องหันมาใช้กลไกภายใต้ UNCLOS ซึ่งนอกจากการประนอมภาคบังคับแล้ว ยังมีกลไกการประนอมโดยสมัครใจร่วมด้วย” สีหศักดิ์ กล่าว สีหศักดิ์
ยืนยันว่าเมื่อกระบวนการเริ่มต้นขึ้น ทางการไทยก็พร้อมที่จะเดินหน้าปกป้องผลประโยชน์และชี้แจงท่าทีของประเทศอย่างเต็มที่
โดยหวังว่ากระบวนการจะราบรื่นและนำไปสู่ทางออกที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงยึดมั่นในจุดยืนที่สำคัญที่สุด คือ กระบวนการประนอมจะต้องมุ่งเน้นไปที่การ
‘กำหนดและปักปันเขตแดนทางทะเล’ ให้ถึงที่สุดและได้ข้อยุติเสียก่อน โดยจะต้องไม่มีการหยิบยกเรื่อง ‘การแบ่งปันทรัพยากร’ ขึ้นมาหารือในขั้นตอนนี้ ซึ่งสวนทางกับความต้องการของฝ่ายกัมพูชา
ที่ประสงค์จะให้ม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



