”ไทย–เมียนมา“ ลงนาม TOR ตั้งคณะทำงานร่วม แก้มลพิษข้ามพรมแดน คุ้มครองคุณภาพน้ำแม่น้ำพรมแดน
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 15:07อ่าน 3 นาที

วันนี้ (6 สิงหาคม 2569) เวลา 12.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ผลักดันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ด้วยการลงนามขอบเขตอำนาจหน้าที่ (Terms of Reference : TOR)
ว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างสองประเทศ เพื่อยกระดับการเฝ้าระวัง การติดตาม และการแลกเปลี่ยนข้อมูลคุณภาพน้ำ
รายละเอียดเพิ่มเติม
รวมทั้งกำหนดมาตรการร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ อันจะนำไปสู่การคุ้มครองทรัพยากรน้ำ ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน
ในโอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ร่วมเป็นประธานในพิธีและเป็นสักขีพยานการลงนามระหว่าง ดร.รวีวรรณ ภูริเดช
ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายลา เมาง์ เต็ง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งร่วมลงนามใน TOR
สถานการณ์ล่าสุด
ว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำ โดยมี นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าวด้วย
นายสุชาติ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการยกระดับความร่วมมือเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน
โดยทั้งสองประเทศได้ทุ่มเทและผลักดันความร่วมมือร่วมกันจนประสบผลสำเร็จในวันนี้ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้
มุมมองและผลกระทบ
การลงนามจัดขึ้นในโอกาสที่นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เดินทางเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569
เพื่อส่งเสริมและยกระดับความร่วมมือทวิภาคีระหว่างสองประเทศในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า พลังงาน ตลอดจนด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลทั้งสองประเทศในการร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน
เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของประชาชนทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ สาระสำคัญของ TOR คือ
การจัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างไทยและเมียนมาในการติดตาม เฝ้าระวัง แลกเปลี่ยนข้อมูล และองค์ความรู้ รวมทั้งกำหนดมาตรการร่วมในการบริหารจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำพรมแดนอย่างเป็นระบบ
เพื่อให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดย TOR มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วัน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



