ไทยทดสอบยิงจรวดเอกชนครั้งแรก แม้เจอปัญหาเทคนิค แต่ได้บทเรียนสำคัญ ปูทาง Thailand Spaceport
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 22:23อ่าน 3 นาที

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) กองทัพบก และบริษัท Equatorial Space (Thailand) จำกัด จัดกิจกรรม ‘Technical Feasibility Test & Regulatory Framework Study for
Thailand Spaceport’ ณ กองพันทหารปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี การทดสอบครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมทดสอบการปล่อยจรวดจริงภายในประเทศ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ภายใต้กลไก Spaceport Regulatory Sandbox ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานด้านความมั่นคง
เพื่อทดสอบความพร้อมของระบบที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งท่าอวกาศยานไทย จากเดิมที่อยู่ในขั้นตอนการศึกษา มาสู่การทดลองในสภาพแวดล้อมจริง ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล โฆษก GISTDA
และผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศ เปิดเผยว่า จรวดที่นำมาทดสอบพัฒนาโดยบริษัท Equatorial Space (Thailand) จำกัด เป็นจรวดขับดันแบบเชื้อเพลิงผสม (Hybrid Propulsion) ความยาว 3.96
สถานการณ์ล่าสุด
เมตร น้ำหนักไม่รวมเชื้อเพลิง 32.3 กิโลกรัม เป็นระบบไม่มีการนำวิถี และกำหนดความสูงในการทดสอบไว้ที่ 4 กิโลเมตร การทดสอบครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะสมรรถนะของตัวจรวด
แต่ต้องการทดสอบความพร้อมของ ‘ระบบนิเวศอวกาศ’ ตั้งแต่การเตรียมการ การประสานงานระหว่างหน่วยงาน การควบคุมพื้นที่ ความปลอดภัย การบริหารจัดการน่านฟ้า
รวมถึงกระบวนการอนุญาตและการกำกับดูแล อย่างไรก็ตาม การทดสอบไม่สามารถปล่อยจรวดขึ้นสู่ท้องฟ้าได้สำเร็จ หลังพบปัญหาทางเทคนิคบางประการ โดยทีมวิศวกรสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้บางส่วน
มุมมองและผลกระทบ
ทั้งการควบคุมอุณหภูมิก๊าซไนตรัสออกไซด์ที่ยังไม่คงที่เพียงพอสำหรับการบรรจุและยิง รวมถึงปัญหาสายสัญญาณสื่อสารระหว่างจรวดกับระบบซอฟต์แวร์ควบคุมการจุดระเบิด
ซึ่งทีมงานแก้ไขด้วยการเปลี่ยนสายสัญญาณ แต่เหตุผลสำคัญที่ต้องยุติการยิงทดสอบมาจากการประเมินด้านความปลอดภัย เนื่องจากมอเตอร์สำหรับยกฐานยิงมีกำลังไม่เพียงพอ
รวมถึงจำเป็นต้องตรวจสอบความแข็งแรงและการออกแบบโครงสร้างฐานยิงอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายรุนแรงระหว่างการยิง ดร.ณัฐวัฒน์ กล่าวว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โครงการอวกาศเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนสูง การเรียนรู้ระหว่างทางและความปลอดภัยจึงเป็นหัวใจสำคัญ แม้การทดสอบครั้งนี้จะไม่สามารถยิงจรวดได้สำเร็จ แต่ถือเป็น ‘ห้องเรียนจริง’
ที่ช่วยให้ทีมงานเห็นปัญหาและนำไปปรับปรุงสำหรับการทดสอบครั้งต่อไป ทั้งนี้ การทดสอบดังกล่าวไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะบริษัทเอกชน แต่ยังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอวกาศของไทยในภาพรวม
เพราะการพัฒนา Spaceport สามารถเชื่อมโยงไปสู่ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การขนส่งสมัยใหม่ การประกันภัย และอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งมีโอกาสเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจอวกาศ
(Space Economy) ของไทย สำหรับขั้นตอนต่อไป GISTDA และ สทป. จะร่วมกันทบทวนผล…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



