ตร.-มท. คุมเข้มอาวุธปืน ระงับ ป.3-ปืนสวัสดิการใหม่ ตรวจสอบใบ ป.4 ทั่วประเทศ
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 01:11อ่าน 3 นาที

วันนี้ (12 ส.ค.2569) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. มีคำสั่งยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนและรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
โดยสั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยปูพรมกวาดล้างและเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นปราบปรามอาวุธปืนเถื่อน ทั้งในช่องทางปกติและช่องทางออนไลน์อย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
สน.หัวหมาก รวบผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืนคามอเตอร์เวย์ ขานรับคำสั่งดังกล่าว กองบังคับการตำรวจนครบาล โดย สน.หัวหมาก ได้เข้าตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัยบริเวณทางลงมอเตอร์เวย์พระราม 9
รายละเอียดเพิ่มเติม
สามารถตรวจยึดอาวุธปืนหลายรายการ ได้แก่ อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ และอาวุธปืนลูกซองยาว พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง
เบื้องต้นได้ควบคุมตัวคนขับรถส่งดำเนินคดีในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ครอบครองอาวุธปืนไม่มีทะเบียน (ปืนเถื่อน) และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง
หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาต กรมการปกครอง เบรกออกใบ ป.3 - ระงับปืนสวัสดิการ ขณะเดียวกัน กรมการปกครอง
สถานการณ์ล่าสุด
ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงปลัดจังหวัดทั่วประเทศ กำชับให้นายทะเบียนท้องที่ยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในระยะเร่งด่วน ตั้งแต่ขั้นตอนการขออนุญาต การซื้อขาย
การครอบครอง และการปราบปราม โดยให้ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ และระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน (ใบ ป.3) เป็นการชั่วคราว นอกจากนี้
ยังให้นายทะเบียนทั่วประเทศตรวจสอบและสรุปรายงานจำนวนใบอนุญาตให้มีและใช้ (ใบ ป.4) ที่ยังคงค้างอยู่และยังไม่มีการซื้อขาย ส่งกลับภายใน 30 วัน
มุมมองและผลกระทบ
พร้อมทั้งประสานกรมสรรพากรเข้าร่วมตรวจสอบการเสียภาษี และบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าตรวจสอบจำนวนเครื่องกระสุนปืนในสนามยิงปืนต่าง ๆ
หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีทันทีและเสนอศาลลงโทษขั้นสูงสุด โฆษก ตร. ชี้ต้องพิสูจน์เจตนา กรณี "ยิงผู้บุกรุกบ้าน"
จากกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้ระบุถึงการใช้อาวุธปืนยิงผู้บุกรุกภายในบ้านพัก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ชี้แจงด้านข้อกฎหมายว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หากมีการใช้ความรุนแรงจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต กระบวนการยุติธรรมจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดทุกกรณี เพื่อพิจารณาว่าเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ซึ่งมีข้อพิสูจน์ด้านเจตนา เช่น การยิงเตือนเพื่อปกป้องสิทธิ์และให้พ้นจากอันตรายที่ใกล้จะถึง ด้าน นายอธิปรัฐ กาญจนสุวรรณ อดีตนายกสมาคมยิงปืนแห่งประเทศไทย
ได้แสดงความคิดเห็นต่อมาตรการของภาครัฐว่า การห้ามพกพาหรือจำกัดการใช้งานในปัจจุบัน เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เนื่องจากในความเป็นจริง
ประชาชนยังคงสามารถเข้าถึงและครอบครองอาวุธปืนได้ง่ายผ่านหลายช่องทาง ส่วนแนวคิดเรื่องการเปิดนิรโทษกรรมอาวุธปืนเพื่อแก้ปัญหาปืนเถื่อนนั้น มองว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง นายอธิปรัฐ
ได้เสนอแนะให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาอาวุธปืนทั้งระบบ โดยเพิ่มรายละเอียดในใบอนุญ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



