STM ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมโดรนตุรกี นำทัพโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำในงาน DronTech Asia 2026
อัปเดตเมื่อ: 7 สิงหาคม 2569 เวลา 16:00อ่าน 3 นาที

STM ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมโดรนตุรกี นำทัพโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำในงาน DronTech Asia 2026 STM ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมโดรนจากตุรกี นำทัพระบบอากาศยานไร้คนขับที่หลากหลาย มาจัดแสดงในงาน DronTech
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
Asia 2026 ระหว่างวันที่ 11–13 พ.ย. 69 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่สามารถรองรับทุกภารกิจป้องกันประเทศ พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม UAV ด้วย AI และระบบอัตโนมัติ
ส่งออกกว่า 15 ประเทศ มุ่งสู่ผู้นำเทคโนโลยีไร้คนขับระดับโลก อุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle: UAV)
รายละเอียดเพิ่มเติม
กำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ หลายประเทศเร่งลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D)
เพื่อสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยประเทศตุรกี
ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด หลังสามารถยกระดับจากประเทศผู้นำเข้าเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ
สถานการณ์ล่าสุด
สู่การเป็นผู้พัฒนาและผู้ส่งออกระบบอากาศยานไร้คนขับที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมีบริษัท ซาวุนมา เทกโนโลชีเลรี มิวเฮนดิสลิก เว ทีจาเรต อา.เช. (Savunma Teknolojileri Mühendislik
ve Ticaret A.Ş. – STM) เป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทตั้งแต่การออกแบบ วิจัย พัฒนา ผลิต ไปจนถึงการส่งออกเทคโนโลยี UAV ไปยังตลาดโลก ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ STM
ถูกนำไปใช้งานแล้วในกว่า 15 ประเทศทั่วโลก สะท้อนศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมโดรนตุรกีในเวทีโลก สร้างอุตสาหกรรมจากยุทธศาสตร์พึ่งพาตนเอง นายเอิซกือร์ กือเลอรือซ (Özgür Güleryüz)
มุมมองและผลกระทบ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร STM เปิดเผยว่า ความสำเร็จของอุตสาหกรรม UAV ของตุรกีเกิดจากนโยบายการสร้างความพึ่งพาตนเองด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense Self-Sufficiency)
ผ่านการลงทุนด้านวิศวกรรม การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำประสบการณ์จากการปฏิบัติการจริงมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว
ทำให้ระบบอากาศยานไร้คนขับของตุรกีสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง โดยจุดแข็งของ UAV จากตุรกี คือ ความคุ้มค่าด้านต้นทุน ประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ความสามารถในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนระบบอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการปฏิบัติภารกิจ ทั้งด้านการลาดตระเวน การเฝ้าระวัง
และการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของตุรกีสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกได้ พัฒนาแพลตฟอร์มที่หลากหลาย รองรับทุกภารกิจ นายเอิซกือร์ กือเลอรือซ (Özgür Güleryüz)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร STM ทั้งนี้ในปัจจุบัน STM พัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับมากกว่า 13-14 แพลตฟอร์ม ครอบคลุมทั้งโดรนลาดตระเวน โดรนโจมตี และระบบอาวุธบินวนโจมตี (Loitering Munition)
ได้แก่ KARGU, TOGAN, ALPAGU, BOYGA, KUZGUN และ TUNGA-X ซึ่งล้วนไ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



