"อนุทิน" ลงพื้นที่นนทบุรี ชี้ผู้ก่อเหตุเครียดเรื่องเรียน-เตรียมการล่วงหน้า
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 00:38อ่าน 3 นาที

วันนี้ (7 ส.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี เพื่อตรวจจุดเกิดเหตุและรับฟังรายงานสรุป
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กรณีเหตุกราดยิงภายในสถานศึกษา พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของสถานการณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า
สาเหตุหลักมาจากความเครียดเรื่องการศึกษาของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 14 ปี เนื่องจากคุณย่าซึ่งเคยมีอาชีพเป็นครู มีความคาดหวังและเข้มงวดกวดขันเรื่องการเรียนอย่างมาก
รายละเอียดเพิ่มเติม
จนทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดภาวะกดดัน และนำมาซึ่งการวางแผนก่อเหตุในครั้งนี้ นายกฯ เปิดเผยตัวเลขความสูญเสียล่าสุดว่า มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 8 คน ซึ่งรวมถึงปู่-ย่าของผู้ก่อเหตุ
ที่ถูกทำร้ายเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงเช้าภายในบ้านพัก และตัวผู้ก่อเหตุเองที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในเวลาต่อมา ส่วนผู้บาดเจ็บมีจำนวนมากกว่า 30 คน
โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัสที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจำนวน 9 คน ขณะนี้เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พระนั่งเกล้า และ รพ.พระมงกุฎเกล้า ในส่วนของอาวุธปืนที่ใช้นั้น นายอนุทิน
สถานการณ์ล่าสุด
ระบุว่า เป็นปืนที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของคุณปู่ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุมีการเตรียมการอย่างเป็นลำดับขั้นตอน มีการตั้งเป้าหมายชัดเจน
และเคยโพสต์ภาพอาวุธปืนลงในอินสตาแกรมช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุผู้ก่อเหตุยังมีกระสุนปืนเหลือติดตัวอยู่อีกกว่า 30 นัด ซึ่งหากผู้ก่อเหตุไม่จบชีวิตตนเอง
ก็อาจสร้างความสูญเสียและทำร้ายผู้อื่นเพิ่มเติมได้อีก สำหรับประเด็นสื่อมวลชนสอบถาม ถึงพฤติกรรมการเลียนแบบจากโซเชียลมีเดีย หรือการฝึกซ้อมยิงปืน นายกฯ ระบุว่า
มุมมองและผลกระทบ
เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการเข้าซ้อมยิงปืนในสนาม เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอายุเพียง 14 ปี แต่อาจใช้วิธีการศึกษาและติดตามข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์
รวมถึงประเด็นการเปิดรับชมคลิปเหตุกราดยิงต่างประเทศนั้น ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐาน ทำการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างละเอียด ก่อนชี้แจงอย่างเป็นทางการ
เพื่อไม่ให้กระทบต่อรูปคดี ส่วนสภาพครอบครัวของผู้ก่อเหตุ นายกฯ ได้รับรายงานว่า บิดา-มารดาได้แยกทางกัน ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่ได้อยู่อาศัยกับพ่อแม่ แต่อยู่ในความดูแลของปู่-ย่าที่เสียชีวิต
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยในทางคดีถือว่าผู้ต้องหาได้จบชีวิตลงแล้ว เจ้าหน้าที่จึงมุ่งเน้นไปที่การถอดบทเรียน เพื่อวางมาตรการป้องกันเหตุในอนาคต นายกฯ เน้นย้ำถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืนว่า
ประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมาย ไม่สามารถพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้านหรือเข้าไปในพื้นที่สาธารณะได้ทุกกรณี โดยก่อนเดินทางกลับ นายกฯ สั่งการโดยตรงไปยัง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์
ปลัด มท. และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ยกระดับมาตรการเข้มงวดด้วยการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธปืนทั่วประเทศ หากพบผู้ฝ่าฝืนพกพาอาวุธให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
สำหรับมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



