กทม. เดินหน้าแก้ปมความรุนแรง-บูลลี่ เล็งผนึก ‘SoSafe’ เข้า Traffy Fondue พร้อมดัน 1 โรงเรียน 1 ครูแนะแนว
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 10:12อ่าน 3 นาที

วานนี้ (13 สิงหาคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารจากสำนักการศึกษา และเจ้าหน้าที่จากภาคีเครือข่าย SoSafe ร่วมประชุมหารือ ที่
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เพื่อเดินหน้าแผนยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาของ กทม. ทั้งด้านกายภาพและจิตใจ พร้อมกำหนดกลไกการดูแลพฤติกรรมนักเรียนแบบบูรณาการในทุกมิติ
การประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นการประสานพลังระหว่าง เทคโนโลยี จิตวิทยา และมนุษยวิทยา เพื่อเข้าถึงเด็กนักเรียนอย่างใกล้ชิด ผ่านบทบาทสำคัญของครูแนะแนวและครูประจำชั้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยมีวาระการพัฒนาระบบที่น่าสนใจหลายประเด็น สำนักการศึกษา (สนศ.) ร่วมกับกองเทคโนโลยีการศึกษา และหน่วยศึกษานิเทศก์ เตรียมเดินหน้าสร้างความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ
โดยให้ความสำคัญกับการใช้ความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Literacy) เพื่อป้องกันปัญหาการกลั่นแกล้ง (Bullying) และดูแลความปลอดภัยทางกายภาพ ทั้งนี้
เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กนักเรียนหรือผู้แจ้งเหตุเป็นไปอย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ รองผู้ว่าฯ กทม. ได้เสนอแนวคิดในการบูรณาการฟีเจอร์ ‘SoSafe’ ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแอปพลิเคชัน Traffy
สถานการณ์ล่าสุด
Fondue ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถรับเรื่องและเข้าถึงข้อมูลได้จากจุดเดียว อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต สามารถเข้ามามีส่วนร่วมติดตามกรณีปัญหาต่างๆ
ร่วมกับทางโรงเรียนได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ กทม. ยังคงให้ความสำคัญกับภาวะทางจิตและพฤติกรรมของนักเรียนทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
โดยล่าสุดได้นำผลการประเมินสมรรถนะทางจิตมาจัดทำ คู่มือ SDQ (Strengths and Difficulties Questionnaire) ฉบับ กทม. ปี 2568 ซึ่งเป็นแบบประเมินเชิงจิตวิทยาที่ช่วยคัดกรองพฤติกรรม อารมณ์
มุมมองและผลกระทบ
และสังคม เพื่อให้ครูสามารถเข้าใจธรรมชาติและเติมเต็มจุดอ่อนของเด็กแต่ละคนได้อย่างตรงจุด ด้านกองเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน ระบุว่า
ปัจจุบันมีการอบรมประธานนักเรียนเรื่องสิทธิเด็กและข้อกฎหมายอยู่เป็นประจำ ขณะเดียวกัน สำนักการศึกษากำลังเร่งผลักดันการจัดสรรบุคลากร โดยตั้งเป้าหมาย 1 โรงเรียน ต้องมี 1 ครูแนะแนว
เพื่อให้ครูแนะแนวทำหน้าที่เป็นหัวใจหลัก (Focal Point) ในการดูแลสุขภาวะทางจิตของนักเรียน พร้อมทั้งเตรียมดึงนักจิตวิทยาเด็กและนักสังคมสงเคราะห์เข้ามาเสริมการทำงานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ในด้านการปฏิบัติจริง ศึกษานิเทศก์ได้เสนอแนวทาง 10 นาทีโฮมรูมก่อนเข้าเรียนทุกวัน โดยให้ครูประจำชั้นใช้เวลานี้เป็นเครื่องมือในการสังเกต ถอดรหัสความรู้สึก
และสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับเด็ก ภายใต้กรอบแนวทาง 3 ระดับ Promotion (ต้นน้ำ): ส่งเสริมและสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ Prevention (กลางน้ำ): ป้องกันและเฝ้าระวังความเสี่ยง Protection
(ปลายน้ำ): คุ้มครองและให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ หากเกิดกรณีปัญหาขึ้น กทม. จะเน้นการซ่อมแซมและพัฒนาระบบ โดยกลับไปสร้างความเข้าใจให้แก่ครูประจำชั้นและครูแนะแนว
เพื่อยืนยันว่าระบบการดูแลเด็กสามารถใช้งานได้จริง หลังจ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



