SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 09:07อ่าน 3 นาที

การแถลงนโยบายประจำปีของฟิลิปปินส์ได้กำหนดให้เป็นวันจันทร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม ในปีนี้กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม 2026
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
การแถลงนโยบายประจำปีนี้มีมาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1935 ในสมัยประธานาธิบดี Manuel L. Quezon ตามรัฐธรรมนูญ มาตราที่ 7 วรรคที่ 5 และในช่วงประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ ตามมาตราที่ 7
วรรคที่ 23 จะเห็นว่างานแถลงนโยบายนี้เป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องให้ประชาชนและรัฐสภาได้ทราบว่าที่สัญญาจะทำในปีก่อนหน้านี้มีอะไรบ้าง ประสบความสำเร็จหรือไม่
รายละเอียดเพิ่มเติม
และในปัจจุบันจะสัญญาในปีต่อไปว่าจะทำอะไรบ้าง การแถลงนโยบายนี้จะมีการประชุมรัฐสภาก่อนในช่วงเช้าและช่วงบ่ายเป็นการแถลงนโยบาย ณ สภาผู้แทนราษฎร (Batasang Pambansa)
มีตำรวจและเจ้าหน้าที่อารักขากว่า 21,000 คน เนื่องจากจะต้องจัดระเบียบผู้ที่มาฟังภายนอกสภาและผู้ประท้วงตามแบบประชาธิปไตยในฟิลิปปินส์ การแถลงนโยบายครั้งนี้ประมาณครึ่งชั่วโมง
ในครั้งนี้ ประธานาธิบดีได้ออกคำสั่งให้สมาชิกทั้ง 2 สภา และแขกที่มาร่วมฟัง แต่งกายธรรมดาแต่ให้รักษาเกียรติยศของรัฐสภา จะเห็นว่าสมาชิกรัฐสภาผู้ชายทุกคนแต่งกายด้วยเสื้อบารอง
สถานการณ์ล่าสุด
ตากาล็อกสีขาวและสีครีมแขนยาว ส่วนผู้หญิงก็แต่งชุดยาวด้วยชุดบารอง ตากาล็อก ตามประเพณีของชาวฟิลิปปินส์ ไม่หวือหวาอย่างครั้งก่อนๆ
ที่สมาชิกรัฐสภาจะแต่งกายตามวัฒนธรรมของแต่ละเมืองที่สังกัดอย่างหรูหรา มีสีสันอย่างสวยงาม ที่เรียกกันว่า SONA Red Carpet ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
แต่ในครั้งนี้เนื่องจากเป็นช่วงที่ทั้งภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งฟิลิปปินส์ด้วยประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจจึงต้องประหยัด นี่เป็นครั้งแรกของนโยบายมาร์กอส จูเนียร์ มาร์กอส
มุมมองและผลกระทบ
จูเนียร์จะต้องแถลงนโยบายในปี 2025 ว่ามีความสำเร็จมากน้อยเพียงใด มีปัญหาที่ต้องแก้ในปี 2026 หรือไม่ และคำสัญญาในปี 2026 ว่าจะทำอะไรในปี 2027 ผลการดำเนินงานของมาร์กอส จูเนียร์ ในปี
2025 1.ผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ใน 2025-กลางปี 2026 เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แม้ต้องเผชิญถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่เผชิญกับวิกฤตน้ำมัน เมื่อเทียบกับปี 2024 เช่น -อัตราเงินเฟ้อลดลงเมื่อเทียบกับปี 2024 ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีเสถียรภาพมากขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
-รัฐบาลยังคงดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากหลายประเทศ โดยออกกฎหมายเปิดเสรีการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยร่วมมือกับภาคเอกชน (PPP-Public and Private Partnership)
2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ ได้ดำเนินการตามโครงการ Build Better More ได้แก่ -ทางด่วนและทางหลวงสายหลัก โดยมีทางด่วน 3 สาย สายแรกได้แก่ Central Luzon Link
Expressway (CLLEX) ซึ่งสำเร็จแล้วในเดือนมีนาคม 2026 จากจังหวัด Tarlac-Nueva Ecija ทางด่วนนี้ลดเวลาการเดินทาง ทำให้การขนส่งสินค้าทางการเกษตรเร็วขึ้น ที่สำคัญคือเชื่อมโยงกับ Luzo…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



