‘ชุมชนเข้มแข็ง จัดการตนเอง กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น’ ในงาน SDX 2026
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 09:58อ่าน 3 นาที

เสวนาหัวข้อ “ชุมชนเข้มแข็ง การจัดการตนเอง” มุ่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากโดยใช้ทุนชุมชน พร้อมชูประเด็นสำคัญเรื่องการกระจายอำนาจและการจัดการตนเองในระดับจังหวัด
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ถ่ายทอดมุมมองเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เมืองทองธานี - เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 69 เสวนา “ชุมชนเข้มแข็ง การจัดการตนเอง” ในงาน “ Social Development Expo 2026 (SDX 2026)”
จัดขึ้นเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ชุมชนจากฐานรากมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริง
รายละเอียดเพิ่มเติม
ผ่านการนำต้นทุนชุมชนมาใช้ในการพัฒนา ตลอดจนมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องส่งเสริมการกระจายอำนาจ เพื่อให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการชุมชนให้เข้มแข็งในทุกมิติ โดยมี
นายทองใบ สิงสีทา เป็นผู้ดำเนินรายการ การกระจายอำนาจและยุติการรวมศูนย์ นายชำนาญ จันทร์เรือง กล่าวว่า การพัฒนาชุมชนนั้นจะต้องมาจากการพัฒนาที่ฐานราก
และต้องหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจแบบรวมศูนย์ โดยการกระจายอำนาจจะต้องครอบคลุมหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ การกระจายอำนาจสู่ชุมชน การกระจายอำนาจทางบริหาร การมอบอำนาจ การโอนอำนาจ
สถานการณ์ล่าสุด
การกระจายอำนาจทางการคลัง การกระจายอำนาจด้านเศรษฐกิจและตลาด การแปรรูปกิจการสู่อำนาจรัฐ และการยกเลิกกฎระเบียบต่างๆ หากพูดถึงเรื่องการกระจายอำนาจแล้ว ย่อมหมายถึงท้องถิ่นทั้งหมด
ซึ่งจะต้องมีการยุติการรวมศูนย์กลางอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง นอกจากนี้ การสร้างความเข้มแข็งโดยภาคประชาชนจะต้องขับเคลื่อนไปสู่การจัดการตนเอง เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้
พร้อมทั้งมีการบูรณาการแผนงานต่างๆ เพื่อสร้างแผนการทำงานของภาคประชาชนให้มีความเป็นรูปธรรม พัทลุงเมืองแห่งความสุขและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดย นายสมภา ใจกล้า นายสมภา ใจกล้า กล่าวถึง
มุมมองและผลกระทบ
ประเด็นการกระจายอำนาจสู่ชุมชนว่า อาจจะต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ และสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนให้เข้ามาเป็นเจ้าของกระบวนการพัฒนาร่วมกัน
ชุมชนท้องถิ่นควรมีสิทธิ์กำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดด้วยตนเอง พร้อมทั้งทำงานร่วมกับหน่วยงานในระดับจังหวัด กระบวนการจัดทำแผนอย่างมีส่วนร่วมจะนำไปสู่แผนที่มีเป้าหมายชัดเจน ดังเช่นโมเดล
“พัทลุงเมืองมหานครแห่งความสุข” ที่คนในจังหวัดสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบการบริหารจัดการจังหวัดด้วยตนเอง โดยมีทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดร่วมกัน สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างตรงจุด และเกิดการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาจังหวัด
การส่งเสริมสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สามารถเป็นต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นๆ ได้ โดยการกำหนดทิศทางในการพัฒนาจังหวัดเกิดจากการรวมตัวของพลังขบวนองค์กรชุมชน
การตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ การสร้างรูปธรรมในพื้นที่ และการพยายามผลักดันระบบเศรษฐกิจของชุมชนให้เข้มแข็ง เกิดระบบเศ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



