ถอดวิธีคิด โอม Cocktail จากนักร้องสู่ผู้บริหาร และทักษะรับมือโลกอนาคต
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 09:52อ่าน 3 นาที

จากนักร้องนำวง Cocktail ในวันนั้น สู่บทบาทนักบริหารค่ายเพลง นักกฎหมาย และพ่อคนในวันนี้ ‘ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ ’
ประเด็นสำคัญ
พิสูจน์ให้เห็นว่ามนุษย์เราสามารถบาลานซ์หลายบทบาทในชีวิตได้อย่างลงตัว ซึ่งเกิดจากการรู้จักจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง การกล้าสลัดอีโก้เพื่อขอความช่วยเหลือ
รวมถึงการปลูกฝังภูมิคุ้มกันสำคัญที่สุดอย่างการยอมรับความจริงของโลก เพื่อปรับตัวและสร้างความสุขที่แท้จริงให้ตนเองและครอบครัว วิธีเป็นมนุษย์ที่ทำได้หลายบทบาท แบบโอม ปัณฑพล
รายละเอียดเพิ่มเติม
การควบหลายบทบาทพร้อมกันไม่ได้แปลว่าเราต้องเป็นซูเปอร์แมนที่ทำได้ดีเต็มร้อยในทุกเรื่อง แต่เริ่มจากการ ‘ ยอมรับขีดจำกัดของตัวเอง ’ รู้ว่าถนัดอะไร ไม่ถนัดอะไร
และสลัดอีโก้เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาช่วยในจุดที่เราทำได้ไม่ดี เขาเล่าถึงคำสอนในอดีตที่อาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกว่า “การมีคนช่วยไม่ใช่เรื่องประหลาด แต่ถ้าไม่มีใครอยากช่วยเราเลย
นั่นต่างหากที่แปลก” การบริหารชีวิตจึงไม่ใช่การฝืนแบกทุกอย่างไว้คนเดียว แต่คือการขับเคลื่อนระบบร่วมกับผู้อื่น ธุรกิจและศิลปะหาจุดสมดุลร่วมกันได้อย่างไร เมื่อดนตรีกลายเป็นอาชีพ
สถานการณ์ล่าสุด
งานศิลปะย่อมก้าวเข้าสู่การเป็น ‘ พาณิชย์ศิลป์ ’ ที่มีเรื่องของอุปสงค์และอุปทานเข้ามาเกี่ยวข้อง โอมอธิบายว่า ศิลปินต้องแยกให้ออกระหว่าง คุณค่าทางศิลปะ กับ คุณค่าทางเศรษฐกิจ
งานที่ขายไม่ได้ไม่ได้แปลว่าเป็นงานที่ไม่ดี แต่มันแค่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในเชิงมูลค่าเงินทองเท่านั้น
ความเข้าใจในข้อเท็จจริงนี้จะช่วยลดความคาดหวังและความบั่นทอนใจในการทำงาน ผู้บริหารหรือคนทำงานสร้างสรรค์จึงต้องมองเห็นภาพรวมของข้อมูลโดยปราศจากอคติ ไม่ตัดสินว่าตลาดผิดหรือตัวเราผิด
มุมมองและผลกระทบ
แต่มองหาช่องว่างทางการตลาดเพื่อยืนหยัดในแบบของตัวเองให้ได้ เราจะเตรียมพร้อมตัวเองและลูกให้อยู่รอดในอนาคตได้อย่างไร ในฐานะพ่อ
การเลี้ยงลูกในยุคที่มีความซับซ้อนสูงไม่ได้เริ่มต้นจากการสอนตรงๆ รูปแบบการเรียนรู้ได้เปลี่ยนจากห้องเรียนบรรยายมาเป็น ‘ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ’
หน้าที่ของพ่อแม่และผู้นำคือการสร้างพื้นที่ให้เด็กได้สัมผัสประสบการณ์หลากหลาย แล้วถอยออกมาเป็นผู้ฟังที่ดี สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การการันตีความสำเร็จทางโลก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่มันคือการทำให้พวกเขามีความสุขและมีภูมิคุ้มกันในการรับมือกับความจริง เพราะคนที่เข้าใจความจริง ย่อมรู้วิธีเอาตัวรอดและค้นพบความสงบได้ในทุกสถานการณ์ 3 Soft Skills
สำคัญสำหรับอนาคตจากมุมมองของ โอม ปัณฑพล การรักที่จะเรียนรู้ : การเปิดใจไม่ถือดีว่าตัวเองรู้แล้ว เพื่ออัปเดตข้อมูลใหม่ๆ ตลอดเวลา ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) :
พยายามเข้าใจเหตุผลและที่มาที่ไปของคนอื่นโดยไม่นำบรรทัดฐานตัวเองไปตัดสิน การอยู่กับความเป็นจริง (Living with Reality) : การมองโลกตามข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ไร้อคติ
ซึ่งเป็นทักษะที่ช่วยให้รอดชีวิตได้ในทุกวิกฤต ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและมรสุมรอบด้าน การพยายามเปลี่ยนโลกให้เป็นไปตามใจเราอาจเป็นเรื่องยากเกินไป
สิ่งที่เราทำได้ทันทีคือการหันกลับมา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



