ข้ามไปยังเนื้อหา

ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน”ทิ้งทวน”

อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน  “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน”ทิ้งทวน”
แชร์ข่าวนี้

เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “ เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์ เหตุสลดในโรงเรียนครั้งนี้ เป็นเคส 6 ราย ครู 5 ราย ผู้ก่อเหตุ 1 ราย

ยิ่งน่าสลด ก่อนลงมือกราดยิงที่โรงเรียน นักเรียน ม.3 ได้แอบขโมยปืนกระบอกที่ก่อเหตุ ซึ่งเป็นของปู่ ปลิดชีพปู่และย่าเสียชีวิตที่บ้าน รวมเสียชีวิตเพิ่มเป็น 8 ราย ได้รับบาดเจ็บ 22 ราย

รายละเอียดเพิ่มเติม

เป็นเคสแดงนักเรียนวิกฤต 7 ราย กระทั่งเด็กหญิงอายุ 12 ปี ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตเพิ่มเป็น 9 ราย สังคมตั้งคำถามได้ ปืน มาอย่างไร นำเข้าไปในโรงเรียนได้อย่างไร

มาตรการรักษาความปลอดดภัยในสถานศึกษาทำไมถึงมีช่องโหว่ ปมลงมือก่อเหตุมาจากอะไร เสพติดความรุนแรงทางโซเชียล ปัญหาครอบครัว ปัญหาที่โรงเรียนถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง

ทั้งหมดทั้งมวลถูกขมวดเพื่อหาทางแก้ไข เบื้องต้นนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สั่งยกระดับมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน

สถานการณ์ล่าสุด

สถานศึกษา “ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” คล้อยหลังมาอีกเพียง 2 วัน เกิดเหตุสะเทือนขวัญในสถานที่ราชการ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส. บุกกระหน่ำยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก

อบจ.นนทบุรี ในสำนักงานองค์กรบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีเสียชีวิต คนขับรถได้รับบาดเจ็บสาหัส สร้างความแตกตื่นให้กับข้าราชการที่กำลังทำงาน 2 เหตุสะเทือน

กระทรวงมหาดไทย-สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กำกับการครอบครองอาวุธปืน การใช้ การพกพา ลักลอบการค้าอาวุธเถื่อน ยังไม่นับรวมเหตุสลด 5 ศพ ที่ นายฑณา เกิดทอง หรือ "ป๋อง" อายุ 43 ปี

มุมมองและผลกระทบ

ก่อเหตุฆ่ายกครัวพ่อ-แม่-ลูก 3 ศพ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ต่อด้วยฆ่าชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 2 ราย ทูตสังหารคือ “ปืนเถื่อน” ไล่ตามมาติดๆ ด้วยการสั่ง “ล้อมคอก” โดย นายอนุทิน

ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขึงขังประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาด ห้ามพกปืนออกจากบ้าน 100 เปอร์เซ็นต์

สั่งกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติระงับการต่อใบอนุญาตอาวุธปืนทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ป.3, ป.4 และ ป.12 จนกว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรีเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

บูรณาการกำลังตั้งด่านตรวจค้นเน้นอาวุธปืน ใครฝ่าฝืนพกพกออกนอกบ้านจับดำเนินคดี คัดค้านการประกันตัวในชั้นสืบสวนสอบสวนต้องเข้าห้องขังทันที ลุกลามไปยังวงการกีฬา สนามยิงปืนนักกีฬา

ที่จะนำปืนไปซ้อมต้องตรวจสอบจำนวนกระสุนกับสนามยิงปืน ต้องฝากอาวุธปืนไว้ที่สนาม ห้ามพกพาออกนอกพื้นที่เด็ดขาด เช่นเดียวกันกับที่ ทำเนียบรัฐบาล เตรียมสั่งการให้ตรวจสอบข้าราชการ

คนใกล้ชิด และผู้ติดตามรัฐมนตรี ห้ามพกพาอาวุธเด็ดขาด กลายเป็นที่ถกเถียงกันชั่วข้ามคืน กับประโยคที่นายกฯ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสามารถยิงป้องกันตัวในบ้านได้หรือไม่

เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินที่…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน”ทิ้งทวน”
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง