อนุทิน จบภารกิจเยือนอินโดฯ ปธน.มาส่งถึงสนามบิน เร่งขยายตลาด ผนึกกำลังขับเคลื่อนอาเซียน
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 17:58อ่าน 3 นาที

อนุทิน จบภารกิจเยือนอินโดฯ ปธน.มาส่งถึงสนามบิน เร่งขยายตลาด ผนึกกำลังขับเคลื่อนอาเซียน เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เปิดเผยถึงผลการเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2569
รัฐบาลอินโดนีเซียให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีอย่างสมเกียรติ ขณะที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้เดินทางไปส่งนายกรัฐมนตรีถึงสนามบินด้วยตนเอง
รายละเอียดเพิ่มเติม
สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและมิตรภาพอันใกล้ชิดระหว่างผู้นำ ซึ่งจะช่วยให้การประสานงานและการผลักดันความร่วมมือระหว่างสองประเทศเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การหารือประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทั้งการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ การเปิดโอกาสทางการค้าและการลงทุน การเสริมสร้างความปลอดภัย
ตลอดจนการขับเคลื่อนบทบาทของไทยในอาเซียนและการสนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์ในเมียนมาอย่างสันติ ผลจากการเยือนครั้งนี้จะนำไปสู่ประโยชน์แก่ประชาชนใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
สถานการณ์ล่าสุด
ตลาดและโอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น การลงทุนและการจ้างงาน การป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติที่เข้มแข็งขึ้น และเสถียรภาพของภูมิภาคที่เอื้อต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายปราโบโว ครอบคลุมความร่วมมือทุกมิติ
โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เชื่อมโยงจุดแข็งของไทยและอินโดนีเซีย
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งเป็นสองประเทศเศรษฐกิจสำคัญและเป็นผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ ด้านเศรษฐกิจและปากท้องประชาชน
ไทยและอินโดนีเซียจะขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนให้กว้างและลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยต่อยอดจากอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพ รวมทั้งความร่วมมือด้านอาหาร ฮาลาล
พลังงาน การท่องเที่ยว เศรษฐกิจสีเขียว และการเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเปิดตลาดให้สินค้าและบริการของไทย เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถเข้าถึงตลาดอินโดนีเซียที่มีขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน ยังช่วยดึงดูดการลงทุน สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และเพิ่มโอกาสการจ้างงานในประเทศ
มีการตั้งหมายเพิ่มมูลค่าการค้าที่ปัจจุบันอยู่ที่เกือบ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 23,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในอนาคตอันใกล้ นายกรัฐมนตรียังได้เข้าร่วมงาน Indonesia–Thailand Business
Forum เพื่อพบปะและสื่อสารโดยตรงกับภาคเอกชนอินโดนีเซีย พร้อมเป็นสักขีพยานการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจระหว่างภาคเอกชนไทยและอินโดนีเซีย จำนวน 4 ฉบับ ครอบคลุมด้านการท่องเที่ยว
ตลาดคาร์บอน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลไปสู่โครงการธุรกิจและการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง “เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงทำให้ตัวเลขการค้าสูงขึ้น
แต่ต้องทำให้ผู้ประกอบการไท…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



