อดีตผู้พิพากษาอาวุโสเจาะลึกปมร้อน ‘หมอสรณ’ จากจุดเริ่มต้นถึงศาลปกครอง!
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 07:06อ่าน 3 นาที

05 ส.ค.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เจาะลึกปมร้อน “หมอสรณ” กสทช. จากจุดเริ่มต้น ถึง ‘ศาลปกครอง’ กับปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องจับตา” ระบุว่า กลายเป็นประเด็นร้อนระดับชาติที่สั่นคลอนองค์กรอิสระอย่าง กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) เมื่อเก้าอี้ประธานของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ กำลังเผชิญกับวิกฤตความซับซ้อนทางกฎหมายและนิติรัฐครั้งใหญ่ที่สุด!
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
1.”หมอสรณ” สู้กลับ!
ยื่นฟ้อง 92 หน้า แต่ศาลปกครองเห็นว่ายังไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนในการกำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา หลังจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติชี้ขาดให้ นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้าม และถือว่าได้สละสิทธิเข้าดำรงตำแหน่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นพ.สรณ ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้อง คณะกรรมการสรรหา กสทช. ต่อศาลปกครองกลาง (คดีหมายเลขดำที่ 1455/2569) ด้วยคำฟ้องความยาวกว่า 92 หน้า เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษา เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 โดยอ้างว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะพิจารณาหรือวินิจฉัย องค์ประชุมไม่ครบ ดำเนินการโดยไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรม ขาดความเป็นกลาง และส่งผลกระทบต่อตำแหน่งที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองกลางได้พิเคราะห์คำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองและการขอไต่สวนเร่งด่วนแล้ว มีคำสั่ง “ยกคำร้องขอไต่สวนเร่งด่วน” โดยเห็นว่า ยังไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสั่งคุ้มครองชั่วคราวในขณะนี้ ส่วนตัวคดีหลักยังคงอยู่ระหว่างกระบวนการจัดองค์คณะตุลาการเพื่อพิจารณาว่าจะรับฟ้องหรือไม่ต่อไป 2.กมธ. ความมั่นคงฯ ส่งเรื่องถึงนายกรัฐมนตรี คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นเรื่องต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. นายกรัฐมนตรีจึงส่งเรื่องไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาข้อกฎหมาย 3.กฤษฎีกาชี้ช่อง (รอบแรก): เป็นอำนาจคณะกรรมการสรรหาฯ ที่จะวินิจฉัย คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) อาศัยข้อเท็จจริงตามเอกสารที่ได้รับและมีความเห็นว่า ปรากฏข้อเท็จจริงที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงตรวจรักษาผู้ป่วยโดยได้รับค่าตอบแทนรายชั่วโมง ณ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นวันก่อนมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งเพียง 1 วัน จึงเข้าข่ายฝ่าฝืนลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) และสละสิทธิการเป็นกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และเมื่อเหตุเกิดขึ้น “ก่อน” วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง กฤษฎีกาจึงเห็นว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการสรรหา กสทช. (ชุดเดิม) ในการวินิจฉัยชี้ขาดตามมาตรา 15/1 นายกรัฐมน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



