ทำไมสหรัฐฯ ถอด ‘ซีเรีย’ ออกจากลิสต์ประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้าย
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 10:41อ่าน 3 นาที

เมื่อวานนี้ (24 สิงหาคม) สหรัฐอเมริกา ได้ประกาศถอด ‘ซีเรีย’ ออกจากรายชื่อประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายอย่างเป็นทางการ หลังจากถูกคว่ำบาตรมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ
ประเด็นสำคัญ
เพื่อเปิดทางให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชนและฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจของประเทศ การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญนี้ เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งให้การยอมรับ อาหมัด อัล-ชารา
ประธานาธิบดีซีเรียคนใหม่และอดีตผู้นำกลุ่มติดอาวุธ Hay’at Tahrir al-Sham (HTS) ที่เคยโค่นล้มอำนาจของบาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรียคนก่อนหน้า เมื่อช่วงปลายปี 2024
รายละเอียดเพิ่มเติม
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้ยกเลิกสถานะ ‘กลุ่มก่อการร้าย’ ของกลุ่ม HTS เพื่อดึงซีเรียให้กลับเข้าสู่พันธมิตรฝ่ายตะวันตกและลดอิทธิพลของรัสเซีย รวมถึงจีนในภูมิภาคนี้
แม้ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและความมั่นคง แต่ในปัจจุบันซีเรียยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านและความเปราะบางทางการเมืองภายใน
ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของซีเรียยกย่องว่า นี่คือ ก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่จะช่วยยุติการถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก พร้อมเปิดประตูให้ซีเรียกลับเข้าสู่ระบบการเงินโลก
สถานการณ์ล่าสุด
ดึงดูดเงินลงทุน และเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำไมสหรัฐฯ ถึงถอด ‘ซีเรีย’ ออกจากลิสต์รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่า
การดำเนินการนี้เป็น ‘การยอมรับในความพยายามเชิงบวก’ ของรัฐบาลซีเรียชุดใหม่ที่พยายามแยกตัวเองออกจากการก่อการร้ายระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง โดยสหรัฐฯ ยังเล็งเห็นถึงความพยายามการดำเนิน
‘นโยบายเชิงรุกและการรวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว’ ของผู้นำคนใหม่ อีกทั้งซีเรียยังดำเนินนโยบายสร้างความสัมพันธ์ทางการทูต เพื่อแสวงหาการยอมรับจากชาติตะวันตก
มุมมองและผลกระทบ
รวมถึงการได้เข้าหารือกับผู้นำระดับสูงอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ทางด้านทอม บาร์รัก ทูตพิเศษสหรัฐฯ ประจำซีเรีย
ชี้ว่านี่คือก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านซีเรียจากการเป็นรัฐที่โดดเดี่ยวและเป็นแหล่งบ่มเพาะการก่อการร้าย ให้กลายมาเป็นพันธมิตรที่มุ่งมั่นในการร่วมต่อสู้กับการก่อการร้ายระดับโลก
รัฐบาลสหรัฐฯ ยังมีเป้าหมายทางการเมืองในการดึงซีเรียเข้ามาอยู่ในวงโคจรพันธมิตรของตน แทนที่จะปล่อยให้ซีเรียตกอยู่ภายใต้การขยายอิทธิพลของรัสเซียหรือจีน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จึงนำไปสู่การปลดชื่อซีเรียออกจากกลุ่มประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายในที่สุด การถอดถอนชื่อนี้เป็นการขจัดอุปสรรคสำคัญในการลงทุนจากภาคเอกชน และช่วยให้ซีเรียกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก
เนื่องจากเดิมทีการมีชื่ออยู่ในรายชื่อนี้จะส่งผลให้ถูกคว่ำบาตรทางการเงิน จำกัดความช่วยเหลือจากต่างประเทศ และห้ามการส่งออกยุทโธปกรณ์ด้านการป้องกันประเทศ อย่างไรก็ตาม
แม้จะมีการถอดชื่อออก แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ซีเรียยังคงมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากสถานการณ์ความปลอดภัยภายในประเทศยังไม่มั่นคง และยังขาดรัฐบาลที่เป็นตัวแทนประชาธ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



