ฝ่ายค้านเตรียมหารือฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ม.151
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 16:34อ่าน 3 นาที

วันนี้ (25 ส.ค.2569) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาชนแถลงข่าวถึงผลการประชุม ครม.เงา ซึ่งเป็นการประชุมก่อนเปิดสมัยประชุมสภา ว่า ในวันที่ 7-9 ก.ย.นี้
ประเด็นสำคัญ
จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระ 2-3 ซึ่งพวกได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่มีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดการทุจริต
และใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า รวมถึงมีปัญหาอื่น ๆ ที่พบในชั้นกรรมาธิการ จึงจะนำข้อมูลทั้งหมดมานำเสนอต่อสภาต่อไป
รายละเอียดเพิ่มเติม
นอกจากนี้จะผลักดันเรื่องการเสนอกฎหมายกลุ่มแรกที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมระบบการเมืองและกระบวนการประชาธิปไตยที่ดีในประเทศ เช่น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มที่ 2 คือ
ด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่นกฎหมาย PRTR เป็นต้น รวมถึงคุณภาพชีวิตของการขนส่งที่ดีของประชาชน ในพื้นที่ต่างจังหวัดเช่น พ.ร.บ.ขนส่งทางบก
เพื่อให้อำนาจท้องถิ่นออกแบบระบบขนส่งสาธารณะได้เอง และยังมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือส่งเสริมสวัสดิการของประชาชน เช่น การผลักดันการปฏิรูปเงินกองทุนประกันสังคม รวมถึง
สถานการณ์ล่าสุด
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ส่วนในกลุ่มที่ 3 เป็นในเรื่องของการปฏิรูปรัฐ เพื่อส่งเสริมให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ และ
พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณเพื่อปฏิรูประบบงบประมาณ สำหรับการผลักดันกฎหมาย นายณัฐพงษ์ ขอเรียกร้องไปยังประธานรัฐสภาคือ อยากให้ นายโสภณ ซารัมย์
ได้ทำตามสิ่งที่เคยแถลงไว้ตอนแสดงวิสัยทัศน์ก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานสภาฯ ที่ว่า พร้อมที่จะจัดสรรวันประชุมสภาสำหรับการพิจารณากฎหมาย ที่เสนอโดย สส.หรือภาคประชาชนเป็นการเฉพาะ
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งกฎหมายที่เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้มาจากพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่มาจากภาคประชาชนด้วย จึงอยากให้ประธานสภาฯ
จัดสรรเวลาเพิ่มเติมเพื่อพิจารณากฎหมายที่เป็นประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า
สิ่งที่จะผลักดันต่อในสมัยประชุมนี้คือการติดตามการส่งเรื่องจากประธานรัฐสภาไปยังศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. ในกรณีที่มีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้น ของนายศักดิ์สยาม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ชิดชอบ ซึ่งพรรคประชาชนได้ตั้งข้อสังเกตว่าทางประธานรัฐสภากำลังเตะถ่วงไม่ได้ดำเนินการในส่วนนี้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าประธานรัฐสภาสามารถทำได้ภายใต้อำนาจหน้าที่ของตนเอง 4
ข้อ คือ 1. อยากให้เปิดเผยรายชื่อกรรมการพร้อมกับอำนาจหน้าที่ของกรรมการกลั่นกรองคำร้องที่ประธานรัฐสภาได้ใช้อำนาจแต่งตั้งขึ้นมา 2.ความชัดเจนของกรอบระยะเวลา
เพราะไม่อยากให้กระบวนการนี้เป็นกระบวนการเตะถ่วง 3.อยากให้กระบวนการนี้เชิญตัวแทนผู้ยื่นคำร้องเข้าไปให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการกลั่นกรองด้วย
กระบวนการกลั่นกรองนี้ไม่ควรจะเป็นกระบวนการที่ตั้งเอง ตรวจสอบเอง มีมติเอง โดยที่ไม่ได้รับฟังเสียงจากทุกฝ่าย 4.อยากให้มีการเปิดเผยบันทึกการประชุมและผลการพิจารณาอย่างโปร่งใส
นายณัฐพงศ์ กล่าวด้วยว่า ในสมัยประชุมนี้ เราจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ซึ่งตนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านได้นัดประช…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



