มท.โต้โยนเผือกร้อนอปท. ต้องรับผิดชอบทุกระดับ!
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

"มท.4" แจงปมคำสั่งปลด ขรก.ทุจริตข้อสอบ 5,925 ราย ไม่ใช่โยนเผือกร้อนให้ท้องถิ่น ย้ำส่วนกลาง ตรวจสอบข้อมูล กำหนดแนวทาง-อปท.หน่วยงานต้นสังกัดต้องทำตามอำนาจหน้าที่
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ทุกระดับต้องรับผิดชอบในส่วนของตัวเอง ลั่นต้องจบด้วยความถูกต้องและเป็นธรรม "นิรัตน์" โต้นายก อบจ.ลำพูน ยัน “สถ.-ก กลาง” ทำขั้นตอนครบ พร้อมส่งใบคะแนนสอบประกอบเป็นหลักฐาน
ไม่มีบังคับท้องถิ่นให้เซ็นปลด ขรก. "ผบช.ก." เผย ป.ป.ช.ส่งข้อมูลคดีโกงข้อสอบให้ลุยต่อ จ่อขยายผลเอาผิดนายหน้าและตัวการใหญ่ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์
รายละเอียดเพิ่มเติม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าการส่งรายชื่อผู้ที่พบความผิดปกติจากการสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น จำนวน 5,925 ราย
ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนนั้น จะเป็นการโยนเผือกร้อนไปให้ท้องถิ่นหรือไม่ว่า ไม่ใช่การโยนภาระให้ท้องถิ่น
แต่เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน และส่วนกลางต้องรับผิดชอบในการกำหนดข้อมูล หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติให้มีความชัดเจน กรณีดังกล่าวต้องแยกให้ออกระหว่าง
สถานการณ์ล่าสุด
“การตรวจพบความผิดปกติ” กับ “การดำเนินการด้านสถานะบุคคล” เพราะแต่ละขั้นตอนอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่แตกต่างกัน ไม่ใช่การนำรายชื่อ 5,925
รายไปให้ท้องถิ่นตัดสินเองว่าใครผิดหรือใครต้องออกจากราชการ “ผมขอพูดให้ชัดว่า นี่ไม่ใช่การโยนเผือกร้อนให้ท้องถิ่น ส่วนกลางเป็นคนตรวจสอบข้อมูล เป็นคนกำหนดแนวทาง
และเป็นคนส่งข้อมูลที่ผ่านกระบวนการมาแล้ว ส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตัวเองเมื่อได้รับข้อมูลและแนวทางที่ชัดเจน เรื่องนี้ต้องแยกบทบาทกันให้ถูก
มุมมองและผลกระทบ
ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าทุกอย่างโยนให้ท้องถิ่น ทั้งที่ระบบราชการแต่ละระดับมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกัน” นายวรศิษฎ์กล่าว รมช.มหาดไทยกล่าวว่า สำหรับกลุ่ม 5,925
รายที่พบว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับคะแนนสอบนั้น กระบวนการไม่ได้เริ่มต้นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่เริ่มจากการตรวจสอบข้อมูลในกระบวนการสอบแข่งขัน
เมื่อพบความผิดปกติจึงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะมีการกำหนดแนวทางดำเนินการและส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
“ถ้าส่วนกลางตรวจพบว่าคะแนนมีปัญหาแล้วไม่ดำเนินการ คนก็จะถามว่าทำไมมหาดไทยปล่อยให้คนที่ได้คะแนนมาโดยไม่ถูกต้องอยู่ในระบบต่อไป เพราะฉะนั้นเมื่อเราตรวจพบความผิดปกติ เราต้องแก้ไข
แต่การแก้ไขต้องทำตามขั้นตอน ไม่ใช่ใช้อารมณ์ และไม่ใช่ให้ใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบแทนทั้งระบบ” นายวรศิษฎ์กล่าวต่อว่า การดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเดินไปพร้อมกันหลายด้าน
ทั้งการแก้ไขบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ การดำเนินการเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว และการส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบในส่วนของความรับผิดทางอาญา ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกัน
“การที่มีรายชื่ออยู่ใน 5,925 ราย ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทุจริตหรือเป็นผู้กระทำความผ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



