ข้ามไปยังเนื้อหา

เทควันโดไทยกับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหลังยุค ‘เทนนิส-พาณิภัค’

อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 20:16อ่าน 3 นาที

เทควันโดไทยกับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหลังยุค ‘เทนนิส-พาณิภัค’
แชร์ข่าวนี้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อพูดถึงกีฬาเทควันโดมหกรรมกีฬาระดับเอเชียหรือโอลิมปิก ชื่อของ เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ มักถูกวางไว้ในฐานะความหวังสูงสุดของทัพจอมเตะไทย

ประเด็นสำคัญ

และหลายครั้งเธอก็เปลี่ยน ความหวังให้กลายเป็นเหรียญทองได้จริง ประเด็นสำคัญ จากยุคที่มีเทนนิส สู่วันที่ไม่การันตีเหรียญทอง ‘หยู-บัลลังก์’ กับภารกิจที่ยากกว่าแค่ป้องกันแชมป์

กติกาใหม่ที่อาจกระทบ ‘จุดแข็ง’ ของไทยโดยตรง เพราะเอเชียนเกมส์ ไม่ใช่ซีเกมส์ พุมเซ่ก็เปลี่ยนวิธีคิด 1 เหรียญทองที่มีความหมายมากกว่าเดิม แต่ใน เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ไอจิ-นาโกยา

รายละเอียดเพิ่มเติม

ภาพนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว เพราะเทนนิส-พาณิภัค ได้ยุติเส้นทางนักกีฬาไปแล้ว ขณะเดียวกัน เทควันโด ก็มีการปลี่ยนทั้งกติกา ระบบคะแนน เทคโนโลยี และรุ่นน้ำหนัก

การแข่งขันในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการตามหา “ใครสักคนมาแทนเทนนิส” แต่เป็นบททดสอบว่าเทควันโดไทยพร้อมเข้าสู่ยุคใหม่ได้มากน้อยเพียงใด จากยุคที่มีเทนนิส

สู่วันที่ไม่การันตีเหรียญทอง เอเชียนเกมส์ครั้งก่อน ทัพเทควันโดไทยจบการแข่งขันด้วย 2 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง โดยหนึ่งในเหรียญทองมาจากพาณิภัค และอีกเหรียญจาก หยู-บัลลังก์ ทับทิมแดง

สถานการณ์ล่าสุด

ในรุ่น 63 กิโลกรัมชาย นั่นหมายความว่า เมื่อเทนนิสหายไปจากทีมชาติ ไทยไม่ได้เสียเพียงนักกีฬาหนึ่งคน แต่เสีย “หลักประกัน” ที่เคยทำให้การประเมินเหรียญทองง่ายขึ้นด้วย

เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ สมาคมกีฬาเทควันโดจึงตั้งเป้าอย่างระมัดระวังกว่าที่ผ่านมา คือ 1 เหรียญทองจากประเภทต่อสู้ สะท้อนความจริงว่า ทุกเหรียญในยุคใหม่ต้องถูกสร้างขึ้นใหม่แทบทั้งหมด

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดของเอเชียนเกมส์ 2026 คือการใช้รุ่นน้ำหนักแบบเดียวกับโอลิมปิกเป็นครั้งแรก นั่นคือฝ่ายชายแข่งขันในรุ่น 58, 68, 80 และมากกว่า 80 กิโลกรัม

มุมมองและผลกระทบ

ส่วนฝ่ายหญิงเป็น 49, 57, 67 และมากกว่า 67 กิโลกรัม ปัญหาคือ นักกีฬาไทยจำนวนมากไม่ได้เติบโตมากับการแข่งในพิกัดเหล่านี้โดยตรง

บางคนจึงต้องลดหรือเพิ่มน้ำหนักเพื่อย้ายเข้าสู่รุ่นตามพิกัดโอลิมปิก ตัวอย่างชัดเจนคือ อิม-พัชรกัญน์ พูลเกิด ที่ต้องขยับขึ้นมาแข่งขันใน 49 กิโลกรัม และต้องแบกน้ำหนักเพิ่มประมาณ 3

กิโลกรัมจากรุ่นที่คุ้นเคย ซึ่งส่งผลต่อทั้งความเร็ว ระยะ และพละกำลัง ‘หยู-บัลลังก์’ กับภารกิจที่ยากกว่าแค่ป้องกันแชมป์ บัลลังก์ ทับทิมแดง คือความหวังสูงสุดของทีมชุดนี้

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

แต่สถานการณ์ของเขาต่างจากเอเชียนเกมส์ครั้งก่อนอย่างชัดเจน ครั้งนั้นเขาคว้าแชมป์ในรุ่น 63 กิโลกรัม แต่ครั้งนี้ต้องลงในรุ่น 68 กิโลกรัมเต็มตัว

ซึ่งเป็นรุ่นที่คู่แข่งแข็งแกร่งขึ้นทั้งในแง่ขนาดร่างกายและประสบการณ์ แม้บัลลังก์จะผ่านทั้งโอลิมปิก 2024 และคว้าแชมป์โลก 2025 มาแล้ว

แต่คู่แข่งอย่างเกาหลีใต้และอุซเบกิสถานก็อยู่ในระดับสูงเช่นกัน ดังนั้นสถานะ “แชมป์เก่า” ไม่ได้ทำให้เส้นทางง่ายขึ้น ตรงกันข้าม มันกลับทำให้ทุกคนศึกษาวิธีเล่นของเขามากกว่าเดิม

หยูเคยยอมรับว่า ความคิดว่าคู่แข่ง “รู้ทางหมดแล้ว” เคยทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจจน…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · เทควันโดไทยกับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหลังยุค ‘เทนนิส-พาณิภัค’
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง