บทเรียนที่ไม่มีในตำรา กับ‘คนรุ่นใหม่’ที่ประเทศไทยต้องการ
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 13:00อ่าน 3 นาที

บ้านเราพูดถึงคะแนน O-NET, PISA หรือการแข่งขันสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันมาโดยตลอด แต่ในขณะที่ระบบการศึกษายังให้ความสำคัญกับการวัดผลผ่านข้อสอบ โลกของการทำงานกลับตั้งคำถาม… เด็กคนหนึ่งคิดวิเคราะห์เป็นหรือไม่?
ประเด็นสำคัญ
ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้หรือเปล่า? หรือเมื่อเผชิญความล้มเหลวเขาจะลุกขึ้นใหม่อย่างไร? และในวันที่ปัญหาไม่มีคำตอบอยู่ในตำรา เขาจะรับมือกับมันได้หรือไม่?
คำถามเหล่านี้ไม่มีอยู่ในข้อสอบ แต่กำลังเป็นโจทย์สำคัญของโลกศตวรรษที่ 21 KH Academy อาจกำลังพยายามหาคำตอบให้กับโจทย์นี้… KH Academy เป็นสถาบันการเรียนรู้ในเครือหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ ก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ผ่านการเรียนรู้ด้านการเงิน การลงทุน ภาวะผู้นำ ความพร้อมสู่โลกการทำงาน ตลอดจนการปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสังคม ลัดฟ้าศึกษาดูงานที่เมืองญาจาง ปะเทศเวียดนาม หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือโครงการ KH Camp for Next C-Suite ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้เศรษฐกิจ การลงทุน และการพัฒนาอย่างยั่งยืนจากประสบการณ์จริง ปี 2569 นี้ มีผู้ผ่านการคัดเลือก 21 คน เดินทางไปยังเมืองญาจางและพื้นที่ใกล้เคียงของประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 28-31 กรกฎาคม เพื่อเรียนรู้ทั้งภาคธุรกิจ การพัฒนาเมือง และแนวคิดด้านความยั่งยืนที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว ตลอดโครงการ ผู้เข้าร่วมต้องทำงานเป็นทีม วิเคราะห์สถานการณ์ธุรกิจ และนำเสนอแผนยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปีในฐานะ “ซีอีโอจำลอง” ของบริษัทแห่งอนาคต โดยต้องรับมือกับโจทย์ที่โลกธุรกิจกำลังเผชิญ ทั้งความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน การบริหารการเงิน และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน นักศึกษาชนะเลิศโครงการ (จากขวาไปซ้าย) หาญณรงค์ แรงเขตร์การ ชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ, ทอฝัน อู่สุวรรณ ชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมเคมี จุฬาฯ และวัชรากร เพลิดนอก ชั้นปีที่ 3 สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ มธ. ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ หาญณรงค์ แรงเขตร์การ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ทอฝัน อู่สุวรรณ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวัชรากร เพลิดนอก นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับโอกาสเข้าฝึกงานที่ประเทศเกาหลีใต้ สิ่งที่น่าสนใจมากกว่ารางวัล คือ คำตอบของนักศึกษาทั้งสามคน เมื่อถูกถามว่า “คนรุ่นใหม่ในอีก 10 ปีข้างหน้าควรเป็นอย่างไร และเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่ที่จะทำให้ประเทศเติบโต” นำเสนอแผนกลยุทธ์ในการแข่งขัน คำตอบของทั้งสามคน แม้จะมาจากคนละสาขาวิชา กลับมีแก่นความคิดที่สอดคล้องกันอย่างน่าสนใจ “หาญณรงค์” มองว่า โลกในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากเทคโนโลยี ผู้คนจึงต้องพร้อมปรับตัวและมีความยืดหยุ่น แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “คุณธรรม” เพราะต่อให้เทคโนโลยีก้าวหน้าเพียงใด หากคนขาดความเห็นอกเห็นใจและไม่เคารพกัน การอ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



