ดร.พิพัฒน์ ชี้ตัวเลขเศรษฐกิจไทย ‘ฉายภาพคนละทาง’ ดัชนีแบบเดิมอาจตามโลกใหม่ไม่ทัน
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 12:41อ่าน 3 นาที

“พิพัฒน์” ไขปมตัวเลขเศรษฐกิจไทยสวนทาง PMI ภาคผลิตพุ่ง แต่ MPI หดตัว ขณะที่ GDP ไตรมาส 2 โตเพียง 1.9% ชี้ไทยเริ่มเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมใหม่จากคลื่น AI แล้ว แต่ธุรกิจดาวรุ่งยังเล็ก
ประเด็นสำคัญ
ส่วนอุตสาหกรรมเก่าที่หดตัวยังมีน้ำหนักสูง แนะทบทวนวิธีวัดเศรษฐกิจให้ทันโครงสร้างที่เปลี่ยนไป 22 สิงหาคม 2569 - ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์
กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) โพสต์เฟซบุ๊ก “Pipat Luengnaruemitchai” วิเคราะห์ความย้อนแย้งของตัวเลขเศรษฐกิจไทย โดยระบุว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ปัจจุบันไม่มีตัวเลขใดเพียงตัวเดียวที่สามารถบอกภาพรวมทั้งหมดของเศรษฐกิจได้ เนื่องจากดัชนีแต่ละตัวกำลังจับภาพคนละมุม ท่ามกลางโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดร.พิพัฒน์
ชี้ว่า ปัจจุบันตัวเลขเศรษฐกิจไทยหลายตัวชี้วัดกำลังเดินสวนทางกัน เช่น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนกรกฎาคมพุ่งขึ้นถึง 54.2
สะท้อนกิจกรรมที่ขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ในทางกลับกัน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมิถุนายนกลับหดตัว 3% ขณะที่ GDP ไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 1.9%
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งต่ำที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลักในเอเชีย สาเหตุที่ตัวเลขออกมาแตกต่างกัน เนื่องจากดัชนีแต่ละตัวกำลังตอบคำถามคนละอย่าง โดย PMI บอก “ทิศทาง”
ว่ากิจกรรมดีขึ้นหรือแย่ลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ขณะที่ MPI วัดปริมาณการผลิตจริง ส่วน GDP วัดมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจทั้งระบบ ดังนั้น
แม้โรงงานส่วนใหญ่จะเริ่มมีทิศทางดีขึ้นจากฐานที่ต่ำจนทำให้ PMI พุ่งขึ้น แต่หากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ยังคงลดการผลิต ดัชนี MPI ในภาพรวมก็สามารถติดลบได้ อย่างไรก็ตาม ดร.พิพัฒน์ มองว่า
มุมมองและผลกระทบ
ยังมีสัญญาณด้านบวก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเริ่มเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมใหม่ระดับโลกแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังเติบโตตามกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ
AI ทั่วโลก ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ชิ้นส่วนโฟโตนิกส์ (Photonics) และอุปกรณ์เครือข่าย ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและดาต้าเซ็นเตอร์
ปัญหาสำคัญอยู่ที่อุตสาหกรรมที่เป็น “ผู้ชนะ” กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วแต่ยังมีขนาดเล็ก ขณะที่อุตสาหกรรมที่เป็น “ผู้แพ้” แม้กำลังหดตัวแต่ยังมีขนาดใหญ่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ทำให้น้ำหนักของอุตสาหกรรมเก่าที่ยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างกดทับภาพรวมของเศรษฐกิจไทย ตัวอย่างสำคัญคืออุตสาหกรรมรถยนต์ที่หดตัวต่อเนื่อง
อุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่กำลังเผชิญปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินจากจีน และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องแข่งขันอย่างหนักกับสินค้านำเข้า ดร.พิพัฒน์ ให้ข้อสังเกตด้วยว่า
ดัชนีเศรษฐกิจแบบเดิมอาจเริ่มตามโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ทัน โดยเฉพาะการวัดผลผลิตเป็น “จำนวนหน่วย” ซึ่งอาจทำให้ประเมินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่ำกว่าความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น
ฮาร์ดดิสก์ 1 ลูกในปัจจุบันสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าในอดีตอย่างมหาศาล หากวัดเฉพาะจำนวนชิ้น อาจทำให้ดูเหมือนว่าผลผลิตไม่ได้เติบโต ทั้งที่ศักยภาพขอ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



