ข้ามไปยังเนื้อหา

‘ธงทอง’ กางหลักฎีกาปมที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ชี้อุทิศสร้างวัดเป็นของวัด ย้ำธรณีสงฆ์โอนไม่ได้

อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 09:27อ่าน 3 นาที

‘ธงทอง’ กางหลักฎีกาปมที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ชี้อุทิศสร้างวัดเป็นของวัด ย้ำธรณีสงฆ์โอนไม่ได้
แชร์ข่าวนี้

‘ธงทอง’ ชี้หลักฎีกาปมที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ที่ดินอุทิศสร้างวัดตกเป็นของแผ่นดินทันที สร้างวัดเสร็จเป็นกรรมสิทธิ์วัด ย้ำที่ธรณีสงฆ์โอนไม่ได้ เว้นแต่มีกฎหมาย จากกรณีวัดป่าอดุลยาราม

อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

จ.ขอนแก่น มีข้อพิพาทที่ดินยืดเยื้อมากว่า 30 ปี ฝ่ายวัดระบุว่าเจ้าของเดิมยกที่ดินให้สร้างวัด ขณะที่ทายาทเรียกร้องกรรมสิทธิ์คืน โดยคดียังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย

ล่าสุดเกิดเหตุฝ่ายทายาทนำท่อปูนปิดทางเข้า-ออกวัดเมื่อวันที่ 10 ส.ค.69 ตำรวจจึงออกหมายเรียก “ป้าดา” รับทราบข้อหาบุกรุก และเตรียมเรียกผู้ร่วมเหตุอีก 5–6 คน นั้น เมื่อวันที่ 14

รายละเอียดเพิ่มเติม

สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น โดยระบุว่า ขอให้พิจารณาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538 ซึ่งวางหลักเกี่ยวกับการยกที่ดินเพื่อใช้สร้างวัดว่า

ทันทีที่ผู้อุทิศมีเจตนาอุทิศที่ดินอย่างชัดเจน ที่ดินย่อมตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้สร้างวัดตามเจตนาของผู้อุทิศ โดยไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน

สถานการณ์ล่าสุด

และเมื่อมีการสร้างวัดแล้วเสร็จ ที่ดินแปลงดังกล่าวจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์ ศ.พิเศษ ธงทอง ขยายความเพิ่มเติมว่า

ที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดย่อมมีฐานะเป็นที่ธรณีสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ซึ่งโดยหลักแล้ว การโอนหรือจำหน่ายที่ธรณีสงฆ์ให้ตกเป็นของบุคคลอื่นจะกระทำได้โดยพระราชบัญญัติเท่านั้น

นอกจากนี้ ศ.พิเศษ ธงทอง ยังโพสต์อธิบายถึงหลักเกี่ยวกับที่ธรณีสงฆ์ว่า ตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาของคนไทยที่ยึดถือกันมาแต่เดิม และมีหลักกฎหมายรองรับ

มุมมองและผลกระทบ

ที่ดินแปลงใดที่วัดได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ หรือมีผู้มีจิตศรัทธาอุทิศถวายไว้เพื่อสร้างวัดแล้ว ที่ดินแปลงนั้นเรียกว่า “ที่ธรณีสงฆ์”

ที่ธรณีสงฆ์ไม่ใช่ทรัพย์สินที่พระภิกษุในวัดแห่งนั้นถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน และสามารถตกลงซื้อขายหรือเปลี่ยนมือไปเป็นของบุคคลอื่นได้ หากแต่เป็นของ “สงฆ์”

ซึ่งปกครองร่วมกันเพื่อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา เป็นเนื้อนาบุญให้พุทธศาสนิกชนได้บำเพ็ญกุศล โดยบุญกุศลที่เกิดขึ้นจะเป็นปัจจัยเกื้อกูลแก่สาธุชน

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

โดยเฉพาะผู้ที่บริจาคที่ดินผืนนั้นไว้เป็นสมบัติของพระศาสนา ให้ได้รับอานิสงส์สืบไป ศ.พิเศษ ธงทอง ระบุต่อว่า ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

การโอนเปลี่ยนมือที่ธรณีสงฆ์ต้องดำเนินการโดยตราเป็นพระราชบัญญัติ เว้นแต่มีเหตุพิเศษที่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย เช่น

ที่ดินอยู่ในเขตเวนคืนเพื่อก่อสร้างสาธารณูปโภคเพื่อประโยชน์ของประชาชน ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจดำเนินการโดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกาได้ อย่างไรก็ตาม

หน่วยงานราชการที่รับโอนจะต้องชำระราคาที่เรียกว่า “ค่าผาติกรรม” ให้แก่วัดซึ่งเป็นเจ้าของที่ธรณีสงฆ์ตามราคาท้องตลาด

เนื่องจากไม่อาจถือว่าประโยชน์ของคนหมู่มากสำคัญยิ่งกว่าบุญกุศลในพระพุทธศาสนาที่ผู้บริจาคได้มีเจตนาศรัทธาไว้แต่เด…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · ‘ธงทอง’ กางหลักฎีกาปมที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ชี้อุทิศสร้างวัดเป็นของวัด ย้ำธรณีสงฆ์โอนไม่ได้
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง