‘ชีวิตเปลี่ยนได้ รถก็ต้องเปลี่ยนตาม’ เทรนด์ครอบครองรถยุคใหม่ สู่โปรแกรม ‘Flex’ จาก ‘Mercedes-Benz’ [ADVERTORIAL]
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 12:30อ่าน 3 นาที
![‘ชีวิตเปลี่ยนได้ รถก็ต้องเปลี่ยนตาม’ เทรนด์ครอบครองรถยุคใหม่ สู่โปรแกรม ‘Flex’ จาก ‘Mercedes-Benz’ [ADVERTORIAL]](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fthestandard.co%2Fwp-content%2Fuploads%2F2026%2F08%2FMercedes-Benz-FLEX-1.jpg&w=3840&q=75)
เราทุกคนอาจตอบได้ไม่ยากว่า รถในฝันหน้าตาเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ตอบยากกว่าคือ อีก 3 หรือ 5 ปีข้างหน้า ชีวิตของเราจะยังเหมือนกับวันนี้หรือไม่ แล้วรถที่เราอยากได้วันนั้นจะมีหน้าตาเป็นแบบไหน?
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ คนยุคใหม่ต้องการมีรถ แต่ไม่ยอมเสียอิสรภาพในการเลือก อุตสาหกรรมรถยนต์ต้องมอบสิ่งที่มากกว่าเพียงรถยนต์ ‘FLEX’ กับความยืดหยุ่นที่คนอยากมีรถมองหา แพ็กเกจที่ ‘ยืดดดดดด’ ได้มากขึ้นแบบ ‘FLEX to Fit You’ นิยาม Luxury Mobility แบบใหม่ กับทางที่ผู้ใช้เลือกได้เอง ยุคปัจจุบันเป็นยุคที่วิถีชีวิตและการเงินมีความไม่แน่นอนสูง รถที่ตอบโจทย์ในปัจจุบันอาจไม่ตอบโจทย์ในอนาคต การเลือกรถจึงเป็นข้อผูกมัดระยะยาว คำถามของคนยุคนี้จึงเปลี่ยนไป จาก “เราจะเลือกรถรุ่นไหนดี” สู่ “เราควรครอบครองรถในรูปแบบใด” เพื่อไม่ให้เป็นการปิดกั้นโอกาสและทางเลือกใหม่ ๆ ในอนาคต THE STANDARD จะไปสำรวจแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังนี้ รวมถึงเหตุผลที่ว่า ทำไมแบรนด์รถหรูอย่าง Mercedes-Benz ถึงเลือกเส้นทางนี้จนเกิดเป็นโปรแกรม ‘FLEX’ ที่ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz ในฝันได้ง่ายและยืดหยุ่นกว่าเดิม คนยุคใหม่ต้องการมีรถ แต่ไม่ยอมเสียอิสรภาพในการเลือก การครอบครองรถยนต์ได้มีผลสำรวจที่น่าสนใจและอาจกำลังก่อตัวเป็นเทรนด์ใหม่ของวงการรถยนต์ เพราะจากการศึกษาของ McKinsey ในยุโรปพบว่า คนส่วนใหญ่ยังคงต้องการมีรถส่วนตัวเพื่อแสดงความสำเร็จและเป็นพื้นที่ส่วนตัว แต่เปลี่ยนแนวคิดจากการดูแค่ยอดผ่อนรายเดือน มาเป็นการคำนวณความคุ้มค่ารอบด้าน ทั้งค่าประกัน ราคาขายต่อ และความคล่องตัวเมื่อไลฟ์สไตล์เปลี่ยน ส่งผลให้ความต้องการระบบ Leasing พุ่งสูงขึ้นถึงสองเท่า นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นทางการเงินต้องไม่ลดทอนคุณภาพรถ โดยเฉพาะตลาดพรีเมียม ซึ่งข้อมูลจาก Deloitte ชี้ว่าคนไทยยังเน้น “มาตรฐานและคุณภาพ” เป็นหลักในการเลือกแบรนด์ แม้คนรุ่นใหม่จะเปิดรับระบบสมาชิกมากขึ้น ข้อสรุปจึงเป็นการผสานรถยนต์ในฝันกับรูปแบบการเป็นเจ้าของที่ชาญฉลาด เพื่อไร้ข้อจำกัดในการใช้ชีวิตในอนาคต อุตสาหกรรมรถยนต์ต้องมอบสิ่งที่มากกว่าเพียงรถยนต์ อีกหนึ่งความท้าทายของค่ายรถยนต์ในปัจจุบันคือ การออกแบบประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาของการครอบครองรถ เพราะความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนไป แม้ดีไซน์และสมรรถนะยังสำคัญในตลาดพรีเมียม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ยังดำเนินต่อผ่านบริการหลังการขาย การเงิน ประกันภัย และการปรับเปลี่ยนรถตามสถานการณ์ชีวิต ข้อมูลจาก McKinsey ระบุว่ามูลค่าของตลาดยานยนต์ยุคใหม่มองว่าการขายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Customer Journey แต่ยังมีโอกาสเติบโตจากบริการเสริมอย่างการเงินและประกันภัย ซึ่งช่วยรักษาฐานลูกค้าให้อยู่กับแบรนด์เมื่อต้องการเปลี่ยนรถคันใหม่ การแข่งขันในปัจจุบันจึงเปลี่ยนจาก “ใครผลิตรถได้ดีที่สุด” ไปสู่ “ใครมอบประสบการณ์การครอบครองรถที่ราบรื่นและต่อเนื่องได้มากที่สุด” ทิศทางนี้เห็นชัดจากผลประกอบการปี 2025 ของ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



