อดีตผู้พิพากษาอาวุโสบอก ‘หมอสรณ’ ถึงทางแยกสำคัญ!
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 06:40อ่าน 3 นาที

12 ส.ค.2569 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ““หมอสรณ” ถึงทางแยกสำคัญ: เมื่อความเป็นธรรมต้องเดินคู่กับ “อำนาจตามกฎหมาย” ส่องบทเรียนนิติรัฐและอนาคตการบริหารรัฐกิจไทย” ระบุว่า กรณีข้อถกเถียงเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กลายเป็นหนึ่งในคดีมหาชนที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เรื่องนี้มิได้เป็นเพียงเรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็น “บททดสอบสำคัญ” ของระบบกฎหมายมหาชน หลักนิติรัฐ และมาตรฐานการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทย ท่ามกลางกระแสข่าวที่เชี่ยวกราก การออกมาแสดงความเห็นของนักวิชาการอย่าง รศ.ดร.สุชาติ ไตรภพสกุล (อาจารย์ประจำคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ BUSEM มหาวิทยาลัยกรุงเทพ) ได้จุดประเด็นถกเถียงในสังคมถึงความสมดุลระหว่าง “การตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐ” กับ “การคุ้มครองความเป็นธรรมให้แก่ผู้ถูกตรวจสอบ” อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาผ่านกรอบกฎหมายมหาชนและการดำเนินคดีทางปกครองอย่างลึกซึ้ง จะพบว่าข้อพิพาทนี้มีมิติซับซ้อนที่ต้องแยกแยะให้เด็ดขาด ระหว่างมุมมองทางเศรษฐศาสตร์สถาบัน กับหลักการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายขององค์กรทางปกครอง 1.การตรวจสอบ (Scrutiny) กับ การประณาม (Condemnation) ข้อพิเคราะห์เริ่มต้นที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องตรงกัน คือ สังคมไม่ควรด่วนตัดสินหรือประณามบุคคลใดล่วงหน้า (Presumption of Innocence) ก่อนที่กระบวนการทางกฎหมายจะได้ข้อยุติ การที่สื่อมวลชนหรือกระแสสังคมชี้นำจนเกิด “คำตัดสินทางสังคม” (Trial by Media) ย่อมบั่นทอนความเป็นธรรมและสร้างความเสี่ยงด้านชื่อเสียง (Reputational Risk) ต่อผู้ทำงานสาธารณะ ทว่า ปัญหาในทางกฎหมายมหาชนเริ่มต้นขึ้น เมื่อความพยายามทักท้วงกระแสสังคมถูกสื่อสารจนดูเหมือนว่า การตรวจสอบของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เป็นเพียง “ข้อกล่าวหาเลื่อนลอย” ในความจริง คณะกรรมการสรรหาฯ ไม่ใช่คู่กรณีภาคเอกชน หรือกลุ่มบุคคลที่ตั้งขึ้นมาเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อ แต่เป็น “องค์กรตามกฎหมาย” ที่ได้รับมอบหมายอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ การใช้อำนาจของคณะกรรมการสรรหาฯ จึงถือเป็นการใช้อำนาจทางปกครอง ซึ่งมีสถานะและผลทางกฎหมายที่ต้องพิจารณาอย่างเป็นระบบ 2. “องค์ประกอบทางกฎหมาย” กับ “เจตนารมณ์เชิงนโยบาย”: อย่าใช้เจตนารมณ์มาข้ามตัวบทกฎหมาย ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์สถาบัน รศ.ดร.สุชาติ ตั้งคำถามว่า "การตรวจรักษาคนไข้ในฐานะแพทย์รายชั่วโมง สร้างผลประโยชน์ทับซ้อนกับการกำกับดูแลค่ายโทรคมนาคมตรงไหน?"
ซึ่งฟังดูมีเหตุผลในเชิงนโยบายบริหาร แต่ในทาง นิติศาสตร์มหาชน การตั้งคำถามเช่นนี้อาจเป็นการ “ถามผิดประเด็น” • บทบัญญัติลักษณะต้องห้ามคือมาตรการป้องกันล่วงหน้า (Prophylactic Measures): กฎหมายที่กำหนดลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ มุ่งหมายป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นลม ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดการใช้อำ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



