นักวิชาการ ชง ปรับโครงสร้าง ศธ. โละ ‘ศธจ.-ศธภ.’ ชี้งานซ้ำซ้อน ไม่คุ้มค่างบประมาณ
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 14:51อ่าน 3 นาที

นักวิชาการ ชง ปรับโครงสร้าง ศธ. โละ ‘ศธจ.-ศธภ.’ ชี้งานซ้ำซ้อน ไม่คุ้มค่างบประมาณ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า กรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.)
ประเด็นสำคัญ
เตรียมปฏิรูประบบราชการ สั่งยกเลิก 11 สายงานสายสนับสนุน นั้น ในส่วนของ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มองว่า การทำงานของ ศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) และศึกษาธิการภาค(ศธภ.) ค่อนข้างซ้ำซ้อน
กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) และผู้ตรวจราชการ ศธ. อีกทั้ง ที่ผ่านมา โครงสร้างดังกล่าวไม่ได้สร้างคุณูปการหรือประโยชน์ต่อคุณภาพการศึกษาของประเทศอย่างคุ้มค่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
และไม่ตรงตามวัตถุประสงค์เดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า การตั้ง ศธจ. และ ศธภ. มีเจตนาเดิมเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคล และทำให้โครงสร้างองค์กรกระชับตรงเป้าหมาย
แต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นการเพิ่มจำนวนข้าราชการ และเพิ่มกรอบอัตรากำลัง อีกทั้งยังสร้างปัญหาความขัดแย้งในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการแย่งชิงอำนาจการบริหารงานบุคคลระหว่าง ศธจ.
กับเขตพื้นที่ฯ จนทำให้หน่วยงานระดับภูมิภาคทำงานแบบไม่เป็นเอกภาพ “หากมองในแง่ทรัพยากรและงบประมาณ ถือว่าไม่คุ้มค่าและไม่เห็นด้วย
สถานการณ์ล่าสุด
เนื่องจากโครงสร้างนี้กลายเป็นเพียงช่องทางเอื้อประโยชน์ เพื่อรอการเติบโตขึ้นในสายงาน ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่หมดไปกับเงินเดือน ตำแหน่ง และวิทยฐานะ มากกว่าจะตกถึงตัวผู้เรียนหรือโรงเรียน
ซึ่งเปรียบเสมือนไขมันซ้ำซ้อนในระบบการศึกษา ที่ให้ประโยชน์กับคนเพียงกลุ่มน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในด้านข้อดีของ ศธจ. และ ศธภ. คือ การช่วยกำกับ ติดตาม
นโยบายจากส่วนกลางลงสู่ภาคปฏิบัติในบางภารกิจ เช่น โครงการพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ (Thailand Zero Dropout) หรือการติดตามพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
มุมมองและผลกระทบ
แต่เมื่อเทียบภารกิจกับขนาดตำแหน่ง และงบประมาณที่เสียไปแล้ว ถือว่าไม่สอดคล้องและไม่คุ้มค่ากับภาระงบประมาณ อย่างสิ้นเชิง” นายสมพงษ์ กล่าว นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า
ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองมักจะหลีกเลี่ยงที่จะตัดสินใจแก้ไขปัญหานี้ และให้ค้างคามาโดยตลอด จึงถึงเวลาแล้วที่ฝ่ายการเมืองและผู้มีอำนาจจะต้องมีความกล้าในการปฏิรูป ตัดสินใจสังคายนาโครงสร้าง
ศธจ. และ ศธภ. เพื่อนำงบประมาณและทรัพยากรกลับคืนสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและโรงเรียนอย่างแท้จริง “ข้อเสนอแนะถึงทางศธ. คือ ต้องหารือร่วมกันบนฐานของเหตุผล และความจำเป็นเชิงโครงสร้าง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งมีแนวทางชัดเจนในการลดจำนวนข้าราชการและการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน หากยังไม่สามารถสร้างข้อตกลงร่วมกันภายในศธ.ได้
จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการกระจายอำนาจทางการศึกษา นอกจากนี้ เรื่องการกระจายอำนาจทางการศึกษาลงสู่ระดับพื้นที่ จังหวัด และสถานศึกษา หากภายในศธ.ยังไม่ชัดเจน
จะทำให้เรื่องนี้ถูกเลื่อนออกไปอีก ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปโครงสร้างและระบบการบริหารจัดการให้เรียบร้อย เพื่อเป้าหมายในการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุดต่อระบบกา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



