รอง ผบ.ตร. เร่งปราบ "ปืนเถื่อน-ปืนผิดมือ" ไม่เว้นแม้นักการเมือง
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 19:42อ่าน 3 นาที

วันนี้ (13 ส.ค.2569) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บังคับบัญชาดูแลสายงานป้องกันและปราบปราม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เปิดเผยถึงทิศทางและมาตรการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม การควบคุมอาวุธปืน และการตัดวงจรความรุนแรงในสังคมอย่างยั่งยืน หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างเข้มงวดทุกมิติ สำหรับการขยายผลคดีเยาวชนก่อเหตุในสถานศึกษา
รายละเอียดเพิ่มเติม
ผลการตรวจสอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือของผู้ก่อเหตุในเบื้องต้น พบว่ามีความสนใจและค้นหาข้อมูลในสามประเด็นหลัก คือ เหตุการณ์กราดยิง กลไกการทำร้ายตัวเอง
และระยะเวลาการรับรู้ความรู้สึกของสมองหลังถูกยิง รวมถึงสภาพการใช้ชีวิตและการถูกจำคุกในเรือนจำ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบประวัติการใช้งานเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ และช่องทางยูทูบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมในเชิงลึกทุกมิติ
สถานการณ์ล่าสุด
และนำมาใช้วางแผนป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ขณะที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างการขยายผลทางคดีเพิ่มเติม ส่วนของงานป้องกันและปราบปราม พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งเน้นย้ำให้ปฏิบัติงานเชิงรุกนอกเหนือจากงานประจำ โดยให้ความสำคัญกับการตัดวงจรความรุนแรงตั้งแต่จุดเริ่มต้น ได้แก่ ความรุนแรงในครอบครัว
ความขัดแย้งในชุมชน ปัญหาในสถานศึกษา ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชคลุ้มคลั่ง และความรุนแรงในเมือง โดยเฉพาะกรณีความรุนแรงในครอบครัว เช่น สามีทำร้ายร่างกายภรรยา
มุมมองและผลกระทบ
กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีทันที โดยไม่มีการประนีประนอมหรือเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งเป็นไปตามแนวทางกฎหมาย และมีงานวิจัยรองรับว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
ช่วยลดปัญหาความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าการปล่อยให้ยอมความเหมือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังยกระดับการจัดการกลุ่มผู้ป่วยจิตเวช ที่มีแนวโน้มก่อความรุนแรงหรือกลุ่มสีแดง
โดยร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวังไม่ให้ออกมาใช้ชีวิตในสังคม โดยปราศจากการควบคุม การรับยา หรือการรักษา พร้อมทั้งสกัดกั้นไม่ให้เกิดการก่อเหตุซ้ำ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยเน้นย้ำว่าหากผู้ป่วยจิตเวชหรือผู้มีอาการคลุ้มคลั่ง ออกมาก่อเหตุ นอกเหนือจากการส่งตัวไปรักษาตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิตแล้ว ตำรวจจะดำเนินคดีทางอาญาในทุกข้อหาอย่างเด็ดขาด เช่น
ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ หรือข้อหาลักทรัพย์ เพื่อนำผู้ก่อความรุนแรงออกจากพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับที่ดีจากประชาชนในชุมชน พล.ต.อ.ธัชชัย
ได้ชี้แจงเพิ่มเติมกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยยืนยันว่า คำว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด หมายถึง การดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด
ไม่ใช่การวิสามัญฆาตกรรม ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์วิกฤตหรือเหตุกราดยิงที่ผู้ก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนเล็งหรือยิงใส่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ การใช้อาวุธของตำรวจจะต้องเป็นไปตามยุท…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



