ประชาธิปไตยผีดิบ! เวทีฝ่ายค้านรุมชำแหละ ‘ฮั้ว สว.’ จี้ กกต.ส่งศาลฎีกา
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 14:15อ่าน 3 นาที

“สาทิตย์” เตือนไทยกำลังก้าวสู่ “ประชาธิปไตยผีดิบ” โยงปมฮั้ว สว.-การยึดกุมกลไกตรวจสอบ “ทวี” จี้ กกต.อย่าใช้อำนาจตามอำเภอใจ ต้องส่งหลักฐานให้ศาลฎีกาพิสูจน์ ด้าน “สุดารัตน์”
ประเด็นสำคัญ
หวั่นสาวเส้นเงินเจอแค่ตัวเล็กตัวน้อย ขณะที่ “วีระยุทธ” ชี้องค์กรอิสระแท้จริงคือ “องค์กรแต่งตั้ง” 15 สิงหาคม 2569 - เวลา 09.40 น. ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรม “เวทีผู้นำฝ่ายค้าน: แนวทางปฏิรูปสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล” ช่วงหนึ่งของการเสวนา พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ปัญหาในประเทศมีมากมาย โดยเฉพาะการคอร์รัปชัน มีอยู่ 2 คำที่คนมักนิยมพูดคือ “กำแพง” กับ “สะพาน” คนอยู่หลังกำแพงคือคนติดคุก การสร้างกำแพงสูงคือต้องการจะสร้างคุกให้
ตนจึงนิยมให้สร้างสะพาน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ประชามติเกิดขึ้นแล้ว แต่บ้านเมืองเรายังไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งต้องกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นให้ได้ ใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง
และต้องมีความยุติธรรม สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค เพราะเป็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดยังไม่เกิด และเรายังไม่ได้ร่างกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้มี 16
สถานการณ์ล่าสุด
หมวดที่เกิดขึ้นใหม่ เหมือนรัฐอิสระ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รวมถึงหมวดปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ในห้องประชุมมีการกล่าวว่ายุทธศาสตร์ชาติคือ “ทรราชกับอนาคต”
โดยอาจารย์จากจุฬาฯ ซึ่งเมื่อมีการใช้ยุทธศาสตร์ชาติมายึดอำนาจ แต่ไม่มีการพูดถึงทุนมนุษย์ในท้องถิ่น กลับเป็นความมั่นคงของรัฐที่ไม่เห็นความมั่นคงของมนุษย์ พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า
แม้กฎหมายจะดีที่สุดอย่างไร แต่หากคนไม่ซื่อสัตย์ ไม่ธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมก็เป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม สว. หรือองค์กรนี้เป็นผู้จัดคนมาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
มุมมองและผลกระทบ
ขณะที่ สว.ยังมีอำนาจพิเศษอีก ทั้งผู้เป็นประธานตุลาการสูงสุด เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
(ป.ป.ท.) ประธานสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมถึงกรรมการอีกมากมายที่ต้องได้รับเลือกจาก สว.
จึงทำให้คิดได้ว่าเป็นไปตามหนังสือที่ตนได้มาเรื่อง “โกง สว.” คือจุดเริ่มต้นกินรวบประเทศไทย พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า วันนี้ตนคิดว่า กกต.ต้องไม่ทำอะไรตามอำเภอใจ มาตรา 266 ระบุว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองหรืออะไรก็ตาม หากทำให้การเลือกไม่สุจริต ให้ส่งศาลฎีกา และในวรรค 1 ยังกำหนดว่า
หากรับรองไปแล้วให้ศาลฎีกานำสำนวนสืบสวนและไต่สวนของ กกต.มาพิจารณา โดยสำนวนสืบสวนและไต่สวนของอนุกรรมการชุดที่ 26 ไม่ใช่ความเห็นของเลขาธิการฯ หรือคนที่ไม่ได้สืบสวนไต่สวน
และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงและหลักฐานเพิ่มเติมได้ นั่นคือ กกต.จะใช้อำนาจตามอำเภอใจไม่ได้ “ใบรอบเช้าหรือรอบบ่าย ใบเ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



