ปกรณ์ ถกคกก.สรุปโกงสอบขรก. พบบกพร่องทุกขั้นตอน-มีเอี่ยวเกินร้อยคน ส่งนายกฯเช็กบิลต่อ ชง”มท.”เคาะสอบใหม่
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 06:40อ่าน 3 นาที

ปกรณ์ ถกคกก.สรุปโกงสอบขรก. พบบกพร่องทุกขั้นตอน-มีเอี่ยวเกินร้อยคน ส่งนายกฯเช็กบิลต่อ ชี้ทำผิดก็กรรมใครกรรมมัน ชง”มท.”เคาะสอบใหม่ ‘บิ๊กต่าย’แฉบรรจุเกินอัตรา
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เล็งเสนอฟันวินัย-แพ่ง-อาญา เมื่อเวลา 13.30น. วันที่ 4 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 4 มีหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยนายปกรณ์
รายละเอียดเพิ่มเติม
กล่าวก่อนเข้าประชุมพร้อมโชว์เอกสารสรุปรายงานของคณะอนุกรรมการฯว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายเพื่อตรวจสอบรายงานสรุปที่อนุคณะกรรมการฯติดตามตรวจสอบ ก่อนรายงานนายกรัฐมนตรี
“ขอให้มั่นใจว่าเราไม่ได้ปล่อยปละละเลยในทุกเรื่อง เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และจะเป็นการสอบข้อเท็จจริง หวังว่าจะกู้ภาพรัฐของราชการส่วนท้องถิ่นขึ้นมา จะทำให้กระบวนการต่าง ๆ
ปรากฏขึ้น และเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต ส่วนเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็จะต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งคนที่ทุจริต มีส่วนร่วมในการทุจริต
สถานการณ์ล่าสุด
เราเพียงแต่ทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏ ส่วนที่เหลือกรรมใครกรรมมัน” ต่อมาเวลา 15.40น. นายปกรณ์ แถลงผลประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายในการตรวจตรวจสอบเอกสารและหลักฐาน
หลังจากนี้ที่ประชุมจะส่งรายงานและปรับปรุงข้อเสนอแนะไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการโดยเร็วต่อไป โดยคณะกรรมการได้ทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏแล้ว ว่ากระบวนการที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง
ซึ่งพบข้อบกพร่องเกือบทุกขั้นตอน อีกทั้งมีหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกมีส่วนร่วมมากกว่า 100 คน ผู้สื่อข่าวถามถึงการดำเนินคดีอาญา คดีทุจริต
มุมมองและผลกระทบ
และคดีแพ่งกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด นายปกรณ์ กล่าวว่า เดี๋ยวจะว่ากันไปตามลำดับ เพราะอันนี้จะเป็นสารตั้งต้นที่จะบอกว่ากระบวนการมีข้อบกพร่องอะไรบ้าง
และควรจะดำเนินการอย่างไรต่อเพื่อให้นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการออกมา เมื่อถามว่า กรณีประกาศผลสอบไปแล้ว กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.)จะรับไปดำเนินการต่อหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า
กรณีดังกล่าวมีการพาดพิงถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ด้วย รวมถึงมีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องหลายคน ส่วนทางคู่สัญญาก็มีปัญหาบางประเด็นที่จะต้องไปดำเนินการทางแพ่งเรื่องสัญญา
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพราะเรื่องดังกล่าวเกิดความเสียหายมากมายต่อรัฐ “กรณีดังกล่าวจะต้องมีการสอบใหม่ทั้งหมด เพราะถือเป็นความรับผิดชอบขององค์กรแต่กลับปล่อยให้มีข้อบกพร่องและนำมาสู่เหตุการณ์เช่นนี้
ดังนั้นกระทรวงมหาดไทยคงจะไปดำเนินการต่อ และพิสูจน์เจตนาเป็นรายบุคคล ก่อนทิ้งท้ายว่า “เรื่องนี้หนังยาว ไม่จบง่าย แต่ต้องจบ” ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ใช้เวลาตรวจสอบภายใน 30 วันตามคำสั่งนายกฯ โดยย้อนไปดูจุดกำเนิดถึงการขออัตราว่ามีที่มาอย่างไร พบความผิดปกติเรื่องการขออ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



