กรมอนามัย สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เผยผลสำรวจอนามัยโพล ‘พ.ร.บ.นมผง’ ปกป้องทารกจากการตลาดและโฆษณา
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 15:42อ่าน 3 นาที

กรมอนามัย สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เผยผลสำรวจอนามัยโพล ‘พ.ร.บ.นมผง’ ช่วยปกป้องทารกจากการตลาดและโฆษณา เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กรมอนามัยและภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ร่วมรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ ปี 2569
เนื่องจากนมแม่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการเจริญเติบโต และพัฒนาการทางสมองของเด็ก องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทารกได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก
รายละเอียดเพิ่มเติม
และได้รับนมแม่ต่อเนื่องควบคู่กับอาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น พญ.อัมพร กล่าวว่า กรมอนามัยได้สำรวจอนามัยโพล เรื่อง
“พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560” หรือ “พ.ร.บ.นมผง” เมื่อเดือนมีนาคม 2569 กลุ่มตัวอย่าง 874 พบว่า ประชาชนร้อยละ 34.44
“เคยได้ยินและทราบเนื้อหาบางส่วน” และ ร้อยละ 28.72 “เคยได้ยินแต่ไม่ทราบรายละเอียด” ขณะที่มีเพียงร้อยละ 21.74 ที่เข้าใจสาระสำคัญของกฎหมายอย่างชัดเจน และร้อยละ 15.10
สถานการณ์ล่าสุด
ที่ไม่เคยรับรู้กฎหมายฉบับนี้เลย สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างความเข้าใจด้านกฎหมายของประชาชน ในด้านการรับรู้บทบาทของกฎหมาย พบว่า ร้อยละ 52.97 เข้าใจถูกต้องว่าเกี่ยวข้องกับ
“การควบคุมการโฆษณาและการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก” นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยร้อยละ 3.66 มองว่าเป็นการสนับสนุนการตลาดของบริษัท และร้อยละ 10.76 ยังไม่แน่ใจ
พญ.อัมพร กล่าวว่า สำหรับความเข้าใจด้านผลิตภัณฑ์ที่กฎหมายควบคุม ร้อยละ 58.24 ระบุว่าเป็น “นมผงสำหรับทารก” รองลงมาคือ “อาหารเสริมสำหรับทารก” ร้อยละ 48.63 และ “นมผงสูตร 1-3” ร้อยละ
มุมมองและผลกระทบ
38.10 แต่ยังมีร้อยละ 16.36 เข้าใจผิดว่า “ไม่ได้ควบคุมผลิตภัณฑ์ใดเป็นการเฉพาะ” ขณะที่เจตนารมณ์ของกฎหมาย พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 76.54 เข้าใจถูกต้องว่าเพื่อ
“คุ้มครองทารกและเด็กเล็กจากอิทธิพลทางการตลาด ลดการโฆษณาที่อาจทำให้เข้าใจผิด และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่” ด้านทัศนคติ พบว่าร้อยละ 57.44 มองว่า พ.ร.บ.นมผง
ส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาพเด็กและครอบครัว ขณะที่ร้อยละ 19.45 เห็นว่ามีทั้งข้อดีและข้อจำกัด และมีเพียงร้อยละ 2.40 ที่มองว่าเป็นภาระต่อผู้ประกอบการ ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
“อิทธิพลของโฆษณา” โดยประชาชนร้อยละ 45.19 เห็นว่าโฆษณามีผลต่อการตัดสินใจระดับปานกลาง และร้อยละ 28.15 เห็นว่ามีผลมาก รวมกว่าร้อยละ 73
สะท้อนบทบาทของการตลาดที่ยังมีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 หรือ “พ.ร.บ.นมผง”
มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการส่งเสริมการตลาดและการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กให้เป็นไปอย่างเหมาะสม
ปราศจากข้อมูลหรือกลยุทธ์ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือจูงใจให้ใช้อาหารดังกล่าวทดแทนนมแม่โดยไม่มีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



