นัยแห่งการเยือน มิน ออง ไลง์ ไทยกำลังทำอะไร
อัปเดตเมื่อ: 9 สิงหาคม 2569 เวลา 18:30อ่าน 3 นาที

นัยแห่งการเยือน มิน ออง ไลง์ ไทยกำลังทำอะไร เมื่อวันที่ 6-7 สิงหาคม นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของ นายอนุทิน
ประเด็นสำคัญ
ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการฟอกขาวและสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลตักมาดอว์ หลังจากที่มิน ออง ไลง์ ก้าวสู่อำนาจจากการรัฐประหารในปี 2021
ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีผ่านกระบวนการทางการเมือง จากการเลือกตั้งที่ไม่มีฝ่ายตรงข้ามเข้าร่วมไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
รายละเอียดเพิ่มเติม
ผู้กำหนดนโยบายของไทยในหลายรัฐบาลมักใช้ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่ไทยและเมียนมามีพรมแดนร่วมกันกว่า 2,400 กิโลเมตร มาเป็นเหตุผลสนับสนุนคำอธิบายท่าทีของไทยต่อเมียนมาเมื่อถูกตั้งคำถาม ทว่า
เหตุผลดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงคำกล่าวอ้างเพื่อรองรับการแนวทางของไทยที่มีต่อเมียนมาแต่อย่างใด หากสะท้อนถึงความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ที่ไทยไม่อาจละเลยได้
การทำความเข้าใจต่อการดำเนินนโยบายของไทยที่มีต่อเมียนมาไม่จำเป็นต้องอาศัยทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาพิจารณาให้สลับซับซ้อน ลองเปรียบภาพอย่างง่ายว่า
สถานการณ์ล่าสุด
ไทยและเมียนมาเป็นบ้านสองหลังที่อยู่ติดกัน เมื่อเกิดสิ่งใดขึ้นในบ้านหลังหนึ่ง ผลกระทบก็ย่อมล้นข้ามรั้วเข้ามายังอีกบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้สำหรับไทยแล้วนั้น
การดำเนินความสัมพันธ์ทวิภาคีกับเมียนมาไม่ได้เป็นเพียงแค่การส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี แต่เป็นสิ่งที่ไทยต้องทำเพื่อปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ การเยือนไทยของ มิน ออง ไลง์
ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไทยและเมียนมามีรัฐบาลใหม่ในเวลาในใกล้เคียงกัน
มุมมองและผลกระทบ
จึงเป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ในระดับรัฐบาลเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับช่องทางสื่อสารและประสานงานระหว่างกัน ภายใต้ข้อเท็จจริงที่ว่า
ความมั่นคงของทั้งสองประเทศมีความเกี่ยวเนื่องและส่งผล กระทบต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน มลพิษในแหล่งน้ำที่ใช้ร่วมกัน ปัญหายาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ข้ามพรมแดน
ตลอดจนการโยกย้ายถิ่นฐานของประชาชนจากฝั่งเมียนมาเข้าสู่ไทย ผลการจากเยือนครั้งนี้ได้นำมาสู่กลไกความร่วมมือในประเด็นความมั่นคงที่สำคัญในหลากหลายด้าน ในส่วนของสถานการณ์ชายแดน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าพัฒนาชายแดนไทย-เมียนมาให้เป็นชายแดนแห่งสันติภาพและปราศจากอาชญากรรม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความปลอดภัยของประชาชน ไปพร้อมกับฟื้นฟู
การค้าให้กลับสู่ภาวะปกติ ตามข้อมูลของกรมการค้าต่างประเทศของไทย ไทยและเมียนมามีมูลค่าทางการค้าในปี 2025 รวม 244,051 ล้านบาท เป็นการค้าชายแดนสูงถึง 199,112 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 81%
ของมูลค่าการค้ารวม สัดส่วนที่สูงเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยและเมียนมาพึ่งพาช่องทางการค้าบริเวณชายแดนเป็นหลัก
ทำให้เสถียรภาพของพื้นที่ชายแดนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษากิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ ขณะเดียวกัน ไทยและเมียนมาตกลงที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้าม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



