“เอกนิติ” ถกแก้น้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง “วราวุธ” หวั่นเอลนีโญกระทบชาวนา
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 02:42อ่าน 3 นาที

วันนี้ (9 ส.ค.2569) ห้องประชุมอโยธยา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 1/2569 ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 275/2569 เรื่อง
แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ ระดับภูมิภาค โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายภราดร
รายละเอียดเพิ่มเติม
ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเสรี ศุภราทิตย์ รองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม นายเอกนิติ กล่าวว่า นายอนุทิน
ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้แต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรี แบ่งพื้นที่เพื่อรับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง สำหรับพื้นที่แต่ละภาคของประเทศ
สำหรับการประชุมในวันนี้เป็นของคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง
สถานการณ์ล่าสุด
โดยมีแนวนโยบายเพื่อให้เกิดการยกระดับในการดำเนินการและให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จากการคาดการณ์ตอนนี้ ประเทศไทยประสบกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ปีหน้าจะรุนแรงขึ้น
จะทำให้เกิดภาวะแล้งและอากาศแปรปรวนอย่างหนัก กระทบกับประชาชนและภาคธุรกิจ จึงต้องมีการวางแผน ตระหนัก และเตรียมรับมือการเกิดสถานการณ์ล่วงหน้า
เพื่อเมื่อเกิดเหตุทุกฝ่ายจะสามารถรับมือและจัดการได้ในทันที จากนั้น นายเสรีได้สรุปสถานการณ์ แนวโน้ม และการคาดการณ์เรื่องสถานการณ์น้ำและภัยแล้ง ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
มุมมองและผลกระทบ
(สทนช.) ได้รายงานถึงการบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
ได้นำเสนอเรื่องการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ให้ที่ประชุมรับทราบ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่
จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตลอดจนการสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กระทรวงกลาโหม และกระทรวงสาธารณสุข ช่วงหนึ่งนายวราวุธ เสนอต่อที่ประชุมว่า อยากให้มีการกักเก็บน้ำไว้ก่อน เพราะเมื่อถึงเดือน พ.ย.และธ.ค.ไปปแล้ว ฝนจะไม่ตก
และหากเกิดซูเปอร์เอลนีโญอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ อาจจะเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำได้ และฝากถึงประชาชนด้วยว่า หากเก็บน้ำได้ขอให้เก็บไว้ก่อน เพราะเหลืออีกไม่กี่เดือนแล้ว
นอกจากนี้ขณะนี้เป็นปลายฤดูฝน น้ำในเขื่อนหลายๆ เขื่อนยังขาดอยู่ แต่ด้วยขณะนี้ยังมีความชื้นอยู่ตนจึงขอเสนอให้มีการทำฝนหลวงที่จะสามารถช่วยบรรเทาได้ นายวราวุธ กล่าวอีกว่า เข้าใจดีว่า
เทคนิคการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งมีความท้าทายพอสมควร ต้องอาศัยการบริหารจัดการน้ำที่ประสานงานกับทุกฝ่าย แต่การปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งจะช่วยประหยัดน้ำกว่ากันเกือบ 50%…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



