ภรรยาคาใจ สามีแขนขาอ่อนแรงเข้ารพ. แจ้งประวัติสำคัญแต่ไม่ได้รับการใส่ใจ สุดท้ายเสียชีวิต
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 14:36อ่าน 3 นาที

เจ้าของสวนทุเรียนพาสามีแขนขาอ่อนแรง รพ.ไม่รับฟังประวัติการรักษา ก่อนอาการทรุดส่งต่อ เสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตก วันที่ 12 ส.ค. 2569
อ่านข่าวในหมวด สุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ชาวบ้านส่งเสียงสะท้อนถึงผู้บริหารโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จ.ระยอง หลังเกิดเหตุเจ้าของสวนทุเรียนพาสามีซึ่งมีอาการป่วยแขนขาอ่อนแรงเข้ารับการรักษา
แต่ญาติระบุว่าเจ้าหน้าที่ไม่ใส่ใจรับฟังคำชี้แจง จนกระทั่งผู้ป่วยอาการทรุดหนักและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา
รายละเอียดเพิ่มเติม
หญิงเจ้าของสวนทุเรียนใน อ.แกลง จ.ระยอง ได้พาสามี ซึ่งมีอาการมือและเท้าอ่อนแรง รวมถึงเพิ่งหกล้มในห้องน้ำ ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังซักประวัติ
หญิงพยายามแจ้งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับประวัติการรักษาและยาที่สามีต้องรับประทาน โดยระบุว่าแพทย์ผู้ทำการรักษาเดิมในกรุงเทพมหานครเคยกำชับอย่างเคร่งครัดว่า ห้ามผ่าตัดหรือถอนฟันเด็ดขาด
รวมถึงต้องระวังอาการเสี่ยงต่าง ๆ และหากต้องรักษาในพื้นที่ ให้ประสานแจ้งแพทย์ทางกรุงเทพฯ ทราบก่อน ในขณะนั้นนายบุญเลิศยังมีอาการพูดคุยปกติ
สถานการณ์ล่าสุด
แต่เจ้าหน้าที่ผู้ซักประวัติแสดงท่าทีไม่ใส่ใจคำอธิบายดังกล่าว ต่อมา แพทย์ได้ฉีดยาให้ 1 เข็ม และให้นอนดูอาการ ก่อนจะจ่ายยาบรรเทาอาการปวดและลดไข้
แล้วอนุญาตให้ญาตินำกลับไปดูแลต่อที่บ้าน หลังจากออกจากโรงพยาบาล มาได้ประมาณ 1 กิโลเมตร สามีเริ่มมีอาการมือและเท้าแข็งเกร็งผิดปกติ ภรรยาจึงรีบพาย้อนกลับมาที่โรงพยาบาลทันที
แต่ปรากฏว่าแพทย์และพยาบาลชุดเดิมที่ตรวจอาการได้ออกเวรไปแล้ว ทีมแพทย์และพยาบาลชุดใหม่จึงเข้าตรวจซ้ำและพบว่า ผู้ป่วยมีอาการสโตรก (Stroke – โรคหลอดเลือดสมอง)
มุมมองและผลกระทบ
จึงรีบส่งตัวต่อไปอีกโรงพยาบาลเป็นการด่วน สามี เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เป็นเวลาประมาณ 18 ชั่วโมง ก่อนจะเสียชีวิตด้วยสาเหตุ เส้นเลือดในสมองแตก ภรรยา กล่าวด้วยความเสียใจว่า
หากในตอนแรกแพทย์และพยาบาลยอมรับฟังคำอธิบายและประวัติการรักษาที่ตนพยายามสื่อสาร สามีของเธอก็อาจจะไม่ต้องมาเสียชีวิตเช่นนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว
ส่งผลให้โลกโซเชียลมีเดียมีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของโรงพยาบาลแห่งนี้อย่างหนัก ประชาชนจำนวนมากที่เคยเข้าใช้บริการต่างแสดงความคิดเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ถึงเวลาแล้วที่ผู้บริหารควรจัดอบรมและพัฒนาทักษะบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารและความใส่ใจต่อผู้ป่วยและญาติ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบางส่วนยังระบุว่า โรงพยาบาลแห่งนี้
ก็ยังมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ดีและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความใส่ใจเปรียบเสมือนญาติเช่นกัน ในขณะที่ชาวบ้านรายอื่น ๆ ที่เคยเข้ารับการรักษาก็ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า
ปัญหาที่มักพบเจอส่วนใหญ่คือพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่บางราย เช่น การเล่นโทรศัพท์ขณะปฏิบัติงาน การปล่อยให้ผู้ป่วยรอนาน จนบางครั้งเกิดการโต้เถียงกันระหว่างผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



