พุทธแลนด์ แดนศรัทธาวัดไทยสมัยใหม่
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 11:07อ่าน 3 นาที

พุทธแลนด์ แดนศรัทธาวัดไทยสมัยใหม่ ‘มีพระมีวัด กลัวอัตคัดทำไมพวกเรา หลอกพระหลอกเจ้า กินไปวันวันหนึ่ง ให้วัดลงทุนจัดงาน หลอกท่านให้ฝันคะนึง ได้กำไรจากงานเอ๊ย เรากรรมการขอครึ่งหนึ่งนะ
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ครึ่งหนึ่ง ครึ่งหนึ่ง วัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง’ เพลง ‘แบ่งคนละครึ่ง’ โดยยอดรัก สลักใจ ในเทศกาลและบางช่วงเวลาอันแสนวิเศษ วัดได้แปลงร่างกลายเป็นพื้นที่แห่งความบันเทิงในนามของ
‘งานวัด’ กาลเทศะเช่นนั้น ได้เปลี่ยนวัดจากศาสนสถานสำหรับพิธีกรรมไปเป็นสวนสนุกและตลาดขนาดย่อม ที่มีทั้งชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน บ้านผีสิงและร้านรวงต่างๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม
สีสันเหล่านี้ทำให้ชุมชนใกล้วัดไม่เงียบเหงาเกินไป เพลงแบ่งคนละครึ่ง ข้างต้นเคยเป็นประเด็นใหญ่โตมาในอดีต เนื่องจากเนื้อเพลงวิจารณ์เสียดสีธุรกรรมบันเทิงภายในวัด เพื่อระดมทุนเข้าวัด
จนถึงกับถูกกล่าวหาว่า ‘บ่อนทำลายศาสนา’ แต่การเข้าใจสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยมุมมองแค่นั้นอาจไม่เพียงพอ ในปัจจุบัน วัดไม่ได้เป็นเพียงสวนสนุกชั่วครั้งชั่วคราวอีกต่อไป
พื้นที่วัดถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวถาวรมากขึ้น การหารายได้เกิดขึ้นตลอดปีจากผู้มาเยี่ยมเยือน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีงานวัดอีกแล้ว
สถานการณ์ล่าสุด
สิ่งก่อสร้างนานาชนิดถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อดึงดูดความสนใจ การสร้างมุมถ่ายรูป รวมไปถึงการตอบสนองศรัทธาทางศาสนาที่มีพุทธคุณทางด้านโชคลาภและความเป็นสิริมงคลต่างๆ
ภายในวัดมีตั้งแต่นรกจำลองอันประกอบด้วยรูปปั้นของยมบาล เปรต สัตว์นรก รั้วอารามยังกลายเป็นที่ตั้งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งในและนอกพุทธศาสนา ทั้งที่เป็นพระพุทธเจ้า สาวก พระโพธิสัตว์
พระภิกษุ เทพองค์เก่า และเทพเกิดใหม่ เหล่านี้ได้จำแลงตนในอิริยาบถต่างๆ ตั้งแต่ขนาดเล็ก ขนาดเท่าตัวคน รวมถึงขนาดมหึมา สะท้อนความหลากหลายทางความเชื่อ
มุมมองและผลกระทบ
แต่ความหลากหลายนั้นมักตั้งอยู่บนแนวคิด ‘ไม่เชื่ออย่าลบหลู่’ เป็นหลัก เพราะการวิพากษ์วิจารณ์ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น มีความเสี่ยงสูงที่มากพอจะนำภัยนานาชนิดมาสู่ผู้ตั้งคำถามได้
ไม่เพียงเท่านั้น ในมิติของเงินทองและการระดมทุน ยิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่าไรก็ยิ่งมีการลงทุนซ้ำมากขึ้น ซึ่งสะท้อนออกมาในหลายรูปแบบ การขยายขนาดให้ใหญ่โตมากขึ้นก็เป็นวิธีหนึ่ง
เทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่นี้ยิ่งทำให้ประติมากรรมสามารถกลายเป็นสถาปัตยกรรมที่มีพื้นที่ใช้สอยภายในและบรรจุลิฟต์เพื่อส่งคนขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ก็ยังได้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เดิมทีการสร้างวัดของไทยมักอิงอยู่กับความคิดในจักรวาลวิทยาแบบไตรภูมิที่มีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ล้อมรอบด้วยมหานทีสีทันดรและทวีปทั้ง 4
ขณะที่เชิงเขาเป็นที่ตั้งของป่าหิมพานต์ ซึ่งปรากฏผ่านแผนผัง แกนของวัด และจิตรกรรมฝาผนัง ครั้นสยามเปิดความสัมพันธ์กับต่างชาติมากขึ้น
ผ่านการค้าและการทูตทำให้ได้รับอิทธิพลของศิลปกรรมจากต่างชาติมากยิ่งขึ้น และอิทธิพลของศิลปกรรมจากต่างชาตินั้นก็ได้มาปรากฏอยู่ในวัดด้วยเช่นเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากศิลปกรรมของวัดโพธิ์
ที่มีการนำศิลปกรรมแบบจีนมาประดับตกแต่งในส่วนต่างๆ ของวัด ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์แบบจีน ตุ๊…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



