‘ฟาติมา’ ลั่นผู้หญิงไม่ควรต้องหวาดกลัว เพียงเพราะลุกขึ้นปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง ยันไม่เคยเสียใจกับเรื่องในวันนั้น
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 13:11อ่าน 2 นาที

‘ฟาติมา’ ลั่นผู้หญิงไม่ควรต้องหวาดกลัว เพียงเพราะลุกขึ้นปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง ยันไม่เคยเสียใจกับเรื่องในวันนั้น จากกรณีความขัดแย้งระหว่าง “ฟาติมา บอสซ์” มิสยูนิเวิร์ส 2025 กับ “
ประเด็นสำคัญ
ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ที่ก่อนหน้านี้ระบุว่ากำลังดำเนินการออกหมายจับฟาติมาในคดีหมิ่นประมาท และเผยแพร่ข้อความเท็จ รวมถึงองค์กรมิสยูนิเวิร์ส (Miss Universe Organization)
ได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนสนับสนุนฟาติมา พร้อมย้ำถึงหลักการเรื่องศักดิ์ศรี ความปลอดภัย และสิทธิของผู้หญิง กระทั่งขณะนี้ยังคงมีการโต้ตอบผ่านโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยฟาติมาได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ดังกล่าว ระบุว่าครั้งนี้ถึงเวลาที่ฉันจะออกมาเล่าเรื่องราวในมุมของตัวเอง
ฉันหวังว่าพรุ่งนี้จะไม่มีผู้หญิงคนไหนต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้อีก เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งที่ในศตวรรษที่ 21 ผู้หญิงยังคงต้องเผชิญกับการข่มขู่เพียงเพราะเธอแสดงความคิดเห็น
กำหนดขอบเขต และเรียกร้องให้ได้รับการปฏิบัติด้วยศักดิ์ศรีและความเคารพ ฉันไม่เสียใจที่ปกป้องพื้นที่ของฉันในวันนั้น แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะยังคงส่งผลกระทบหลายเดือนต่อมา
สถานการณ์ล่าสุด
แต่ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากให้ผู้หญิงคนอื่นๆ เรียนรู้จากเรื่องราวของฉัน นั่นก็คือ การลุกขึ้นปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองไม่ควรกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัว
ไม่มีภัยคุกคามใด ทำให้ผู้หญิงต้องถอยจากการต่อสู้เพื่อสังคมที่ผู้หญิงสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกลงโทษเพราะการใช้เสียงของตัวเอง
คนทั้งโลกได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ทุกอย่างถูกบันทึกไว้หมดแล้ว และไม่มีอะไรจะพูดเพิ่มเติมอีก พร้อมระบุว่า “วันนี้ฉันขอทำลายความนิ่งเงียบ
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อที่พรุ่งนี้จะไม่มีผู้หญิงคนไหนต้องเลือกระหว่างศักดิ์ศรีและความปลอดภัยของตนเองอีกต่อไป” ขณะเดียวกัน ด้านบอสณวัฒน์ยังได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมสตอรี่อีกครั้ง โดยระบุว่า “
ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย เลิกเอาเปรียบผู้อื่นและสร้างเรื่องราวหลอกลวงได้แล้ว ปล่อยให้ความจริงและกฎหมายเป็นผู้ตัดสินเถอะ” ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีและข้อกล่าวหาต่างๆ
ยังต้องติดตามกันต่อไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



