สิริพงศ์ สั่งเร่งล่ามือแฮกขนส่งทางบก ทำข้อมูลรั่ว ย้ำแค่ข้อมูลพื้นฐาน นำไปทำธุรกรรมไม่ได้
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 17:45อ่าน 3 นาที

สิริพงศ์ เกาะติดคดีข้อมูลรั่วไหล สั่งเร่งหามือแฮกกรมขนส่งทางบก ทำข้อมูลรั่วไหล ย้ำชัด เป็นแค่ข้อมูลพื้นฐาน นำไปทำธุรกรรมไม่ได้ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม เวลา 15.30 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ ณ อาคาร 9 (ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ) กรมการขนส่งทางบก เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณี ข้อมูลยานพาหนะรั่วไหลบนสื่อออนไลน์ เตือนภัย!
ปชน. เผยข้อมูลส่วนบุคคล-ทะเบียนรถ หลุดจากขนส่งทางบก หวั่นถูกมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวง นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบร่องรอยและเบาะแสของการกระทำความผิดแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง โดยทีม ThaiCERT ได้เข้ามาประจำการ ณ กรมการขนส่งทางบก เพื่อร่วมกันรวบรวมข้อมูลและพิสูจน์หลักฐานทางเทคนิคด้วยกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) อย่างเป็นระบบ รวมถึงแกะรอยระบบ API และหน่วยงานที่มีการเชื่อมโยงข้อมูล นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตนได้มีข้อสั่งการและเน้นย้ำในประเด็นสำคัญ โดยกำชับให้ตำรวจไซเบอร์ (สอท.) และ ThaiCERT ดำเนินการสืบสวนและหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ซึ่งขณะนี้กรมการขนส่งทางบกได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ ยังได้สั่งการให้ยกระดับการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้มีความถี่มากขึ้น รวมถึงให้เร่งจัดทำแผนป้องกันการเกิดเหตุในอนาคตเพื่อรายงานต่อรัฐมนตรีโดยด่วน ทางด้าน กรมการขนส่งทางบก ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกมีการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ มากถึง 63 หน่วยงาน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับการให้บริการภาครัฐแก่ประชาชน โดยขอยืนยันว่า ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ออกมานั้นแม้จะเป็นข้อมูลจริง แต่เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานที่ ไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมอื่นได้แต่อย่างใด และขอเตือนว่าผู้ที่นำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อ จะมีความผิดตามกฎหมายและต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมกันนี้ กรมการขนส่งทางบก ขอแจ้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้ โดยมิจฉาชีพอาจนำข้อมูลรถยนต์ เช่น หมายเลขทะเบียน ยี่ห้อ หรือชื่อผู้ครอบครอง มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วหลอกลวงให้โอนเงินหรือหลอกถามข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และยืนยันว่า “ไม่มีนโยบายในการโทรศัพท์สอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้โอนเงินชำระค่าปรับและภาษี หรือส่งลิงก์ผ่านทางข้อความ SMS และแอปพลิเคชัน Line” ให้ทำธุรกรรมใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านได้รับข้อความหรือสายเรียกเข้าที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ขอให้ท่านมีสติ ห้ามกดลิงก์ ห้ามดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ไม่รู้จัก และห้ามทำธุรกรรมทางการเงินตามคำกล่าวอ้างโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการร่วมกันอย่างเต็มที่ในการสืบสวนหาข้อสรุปและข้อเท…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



