ผบ.ตร. สั่งสอบปม ป๋อง ฆาตกรรม 5 ศพ เป็นสายลับตำรวจ ลั่นฟันอาญาเด็ดขาดแม้เกษียณ ชี้ลบประวัติอาชญากรเองไม่ได้
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 17:36อ่าน 3 นาที

วันนี้ (4 สิงหาคม ) พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีคดีฆาตกรรม 5 ศพ
ประเด็นสำคัญ
และข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ กับ ป๋อง ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว หลังมีพยานออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าผู้ต้องหาเคยทำหน้าที่เป็นสายลับ หรือ นิ้ว
ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อขยายผลการสืบสวนอย่างรัดกุม โดยปัจจุบันผู้ต้องหาทั้ง 4 คน
รายละเอียดเพิ่มเติม
อยู่ในอำนาจการฝากขังของศาล ซึ่งคำรับสารภาพเบื้องต้นถือเป็นประโยชน์จนนำไปสู่การค้นพบศพเพิ่มเติม แต่ในส่วนของรายละเอียดมูลเหตุจูงใจยังคงอยู่ในสำนวนการสอบสวน
ส่วนกรณีที่มีพยานบุคคลออกมาระบุว่า ป๋อง เคยเป็นสายลับให้กับตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ในช่วงปี 2556–2559 นั้น ผบ.ตร. ระบุว่า ได้สั่งการให้ผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ
เข้าอำนวยความสะดวกและรับคำร้องทุกข์จากพยานรายดังกล่าวทันที เพื่อความรวดเร็วในการรวบรวมข้อมูล ขณะเดียวกันได้สั่งการให้กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี
สถานการณ์ล่าสุด
เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงย้อนหลังเพื่อระบุตัวตนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกพาดพิง “หากรู้ตัวและมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการไปใช้จ้างวานกลุ่มบุคคลพวกนี้ ตนยืนยันในความตรงไปตรงมาว่า
เราจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด แม้ตำรวจนายนั้นอาจจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ซึ่งบทลงโทษทางวินัยอาจมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา แต่ความผิดทางอาญานั้นไม่มีอายุความและสามารถดำเนินการได้ทันที”
พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าว พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ได้ชี้แจงถึงหลักการปฏิบัติงานของตำรวจว่า การใช้สายลับ ถือเป็นหลักการปฏิบัติสากลที่ตำรวจทั่วโลกใช้ในการสืบสวนคดีอาชญากรรมและความมั่นคง
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลในการป้องกันและปราบปรามเหตุร้าย อย่างไรก็ตาม ไม่ ได้หมายความว่าคดีนี้ตำรวจมีความจำเป็นต้องใช้ป๋องเป็นสายลับ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่า ป๋อง
เป็นนิ้วให้กับใครหรือไม่ ทั้งนี้ ระดับผู้บริหารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มหารือถึงการเพิ่มมาตรการและทบทวนคุณสมบัติของบุคคลที่จะถูกนำมาใช้เป็นสายลับ
เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสังคม ส่วนเรื่องค่าตอบแทนที่อาจะมีการลบข้อมูลประวัติอาชญากรรม ข้อเท็จจริงสามารถทำได้หรือไม่นั้น ผบ.ตร.
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กล่าวว่า การไปลบข้อมูลในประวัติเป็นไปไม่ได้ เพราะข้อมูลประวัติอยู่ที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร
ซึ่งมีการวางระบบเทคโนโลยีกลางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเอาไว้ให้ทุกภาคส่วนทั่วประเทศได้ใส่ข้อมูลเข้ามา ในช่วงก่อนหน้านี้ที่ไม่เกิดเหตุอะไร
อย่างไรก็ตามตนได้ให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานปรับปรุงเกี่ยวกับข้อมูลอาชญากรที่มีทะเบียนประวัติ ดังนั้น การที่จะไปลบอะไรก็ตามจะอยู่ในรูปแบบของคณะกรรมการ ตนคิดว่า
การจะเข้ารหัสแล้วไปลบเอง แทบจะไม่พบเลย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปลบ ยืนยันว่า คนที่กระทำชั่วกระทำผิดสมควรที่จะได้รับโทษ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือบุค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



