‘จงกราบเถิด’
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 00:02อ่าน 2 นาที

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง
ประเด็นสำคัญ
“ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม แต่ยังกลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ ที่เปิดทางให้คู่แข่งทางการเมืองกระโดดเข้ามาร่วมวงวิพากษ์วิจารณ์
โดยเฉพาะการเปิดหน้าชวนวิวาทะระหว่าง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กับนายศุภชัย ใจสมุทร มือกฎหมายและ สส.บัญชีรายชื่อ จากค่ายภูมิใจไทย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ที่เปลี่ยนข้อถกเถียงทางกฎหมายให้กลายเป็นเวทีประชันความตลกร้ายได้อย่างเจ็บแสบ เรื่องราวเริ่มขึ้น เมื่อนายสาทิตย์พยายามชี้ให้สังคมเห็นถึงความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารของผู้นำ
ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิการป้องกันตัวขั้นพื้นฐานของประชาชน แน่นอนว่าเมื่อพาดพิงมาถึงนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค มีหรือที่คณะทำงานด้านกฎหมายอย่างนายศุภชัยจะยอมปล่อยผ่าน
เจ้าตัวจึงต้องออกโรงกางประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 เพื่อ "ติวเข้ม" หลักการให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่างพรรคได้ตระหนัก โดยอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนว่า
สถานการณ์ล่าสุด
การป้องกันตัวนั้นต้องพิจารณาความ "พอสมควรแก่เหตุ" เป็นหัวใจสำคัญ หากโจรบุกรุกมามือเปล่าแล้วเจ้าบ้านประเคนกระสุนใส่ ย่อมมีความผิดฐานทำเกินกว่าเหตุ แต่ถ้าโจรมีปืนและพร้อมเหนี่ยวไก
สิทธิในการยิงสวนเพื่อป้องกันตัวย่อมได้รับการคุ้มครอง ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลจะเป็นผู้ตัดสินข้อเท็จจริงทั้งหมด
ทว่าความคลาสสิกของวิวาทะครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การกางตำราสู้กัน แต่อยู่ที่ลีลาการสอดแทรกความตลกร้ายในตอนท้าย เมื่อนายศุภชัยจงใจฝากข้อความเสียดสีส่งตรงถึงนายสาทิตย์
มุมมองและผลกระทบ
และบรรดาผู้ที่จ้องจะโหนกระแสดรามา ด้วยประโยคทองที่ว่า "หากโจรเอาปืนจ่อหัว สส. แล้วสั่งให้กราบ ก็ขอให้ จงกราบเถิด" นี่คือการตอกกลับแบบหน้าหงายที่ซ่อนอารมณ์ขันอันขื่นขม
เป็นการเหน็บแนมอย่างมีศิลปะที่บางครั้งก็คมกริบและบาดลึกยิ่งกว่ากระสุนปืนเสียอีก. ช่างสงสัย The post ‘จงกราบเถิด’ appeared first on .
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



