ปปช.สุราษฎร์ ตรวจอาหารกลางวันนร. ไม่แจ้งล่วงหน้า พบความผิดปกติชัด ซ้ำเด็กยังมีน้ำดื่มไม่พอ
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 14:57อ่าน 3 นาที

ป.ป.ช.สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ตรวจอาหารกลางวันนักเรียน พบความผิดปกติชัดเจนในกรณีตรวจไม่แจ้งล่วงหน้า อาหารกลางวัน – เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม สำนักงาน ป.ป.ช.
ประเด็นสำคัญ
ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี รายงานผลการลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบการดำเนิน โครงการอาหารกลางวันนักเรียนในโรงเรียน 5 แห่ง ได้แก่โรงเรียนวัดท่าไทร (ดิตถานุเคราะห์), โรงเรียนวัดท่าทอง,
โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 สุราษฎร์ธานี, โรงเรียนบ้านบางรูป อำเภอพระแสง และโรงเรียนวัดกลางใหม่ (มิตรภาพที่ 24) การลงพื้นที่แบ่งเป็น 2 กรณี คือ
รายละเอียดเพิ่มเติม
กรณีมีข้อร้องเรียนและลงพื้นที่โดยไม่แจ้งล่วงหน้า กับ กรณีตรวจสอบตามปกติที่มีการแจ้งโรงเรียนล่วงหน้า จากการตรวจสอบพบว่า โรงเรียนที่ไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า
พบข้อสังเกตและความผิดปกติที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติมหลายประการ 1.เอกสารการเบิกจ่ายไม่ครบถ้วน เอกสารบางรายการไม่สามารถค้นหาได้ การจัดเก็บไม่เป็นระบบ
และผู้รับผิดชอบไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้อย่างชัดเจน 2.ประเด็นการเบิกจ่ายหลังปิดภาคเรียน พบกรณีโรงเรียนปิดภาคเรียนแล้ว แต่ยังมีการเบิกจ่ายค่าอาหารต่ออีกประมาณ 1 เดือน
สถานการณ์ล่าสุด
โดยมีการชี้แจงว่านำเงินไปใช้จัดซื้อสิ่งของอื่น เช่น ตู้เย็น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและความถูกต้องตามระเบียบต่อไป 3.เงินเหลือจ่ายไม่ได้ส่งคืน
พบประเด็นเงินเหลือจ่ายจากโครงการไม่ได้ส่งคืนตามระเบียบ และมีข้อมูลว่าเกิดการสะสมต่อเนื่องหลายปี ขณะที่ไม่สามารถระบุยอดเงินเหลือจ่ายของแต่ละปีได้อย่างชัดเจน
เนื่องจากเอกสารไม่ครบถ้วน 4.ความแตกต่างของอาหารเมื่อเทียบการตรวจ 2 รูปแบบ เมื่อเปรียบเทียบโรงเรียนที่ ได้รับแจ้งล่วงหน้า กับโรงเรียนที่ไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า
มุมมองและผลกระทบ
พบความแตกต่างทั้งด้านปริมาณและคุณภาพของอาหารกลางวันอย่างเห็นได้ชัด เป็นประเด็นที่ควรติดตามตรวจสอบอย่างจริงจัง 5.ปัญหาน้ำดื่มสำหรับนักเรียน
ยังพบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับน้ำดื่มบริเวณโรงอาหาร โดยเฉพาะเด็กเล็ก หลังรับประทานอาหารแล้วไม่มีน้ำดื่มเพียงพอ ขณะที่บริเวณใกล้เคียงมีการจำหน่ายน้ำและอาหาร เรื่องนี้ไม่ควรมองข้าม
เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพและสวัสดิภาพของเด็ก จากข้อมูลการร้องเรียนหลายกรณี ยังมีข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการสั่งการจากผู้บริหารมายังครูและบุคลากรระดับปฏิบัติ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งบางรายอาจอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งได้ จึงขอฝากถึงครูและบุคลากรที่พบเห็นความไม่ถูกต้อง อย่าให้ผู้ปฏิบัติต้องรับผิดแทนผู้สั่งการ
ควรมีช่องทางที่ปลอดภัยในการส่งข้อมูลหรือหลักฐาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ โดยผู้ให้ข้อมูลควรได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม หากตรวจสอบพบว่ามีการสั่งการให้กระทำผิด
ผู้สั่งการก็ควรต้องรับผิดตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย ไม่ใช่ปล่อยให้ครูหรือผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้รับผิดเพียงฝ่ายเดียว อาหารของเด็กไม่ควรดีเฉพาะวันที่มีคนมาตรวจ และครูตัวเล็ก ๆ
ไม่ควรต้องรับผิดแทนคนที่สั่งการ สำหรับ การดำเนินงานตามมาตรการของ ป.ป.ช. การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามและตรวจสอบการ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



