กรมสุขภาพจิตเตือน “ข่มขู่ไม่ใช่เรื่องเล่น” ห่วงพฤติกรรมเลียนแบบในโรงเรียน
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 20:23อ่าน 3 นาที

วันนี้ ( 15 ส.ค.2569) นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาที่ผ่านมา
ประเด็นสำคัญ
พบการเผยแพร่ข้อความหรือเนื้อหาที่มีลักษณะข่มขู่และพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat) ในหลายสถานศึกษา แม้บางกรณีอาจเกิดจากความคึกคะนองหรือไม่ได้มีเจตนาก่อเหตุจริง แต่สามารถสร้างความหวาดกลัว
ความตื่นตระหนก และส่งผลกระทบต่อจิตใจของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรในสถานศึกษา รวมถึงอาจซ้ำเติมความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เดิม
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์ได้รับความสนใจและมีการนำเสนอภาพ รายละเอียด หรือเรื่องราวของเหตุการณ์และผู้ก่อเหตุซ้ำ ๆ ซึ่งอาจเพิ่มความสนใจและการรับรู้ต่อเหตุการณ์
และมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อพฤติกรรมเลียนแบบ จึงขอให้ผู้ที่โพสต์ข้อความข่มขู่หรือล้อเลียนเหตุการณ์ความรุนแรง อย่าเห็นเป็นเรื่องสนุกหรือประเมินผลกระทบต่ำไป
เพราะแม้บางกรณีจะไม่ได้มีเจตนาก่อเหตุจริง แต่สามารถทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว ตื่นตระหนก และรู้สึกไม่ปลอดภัย อีกทั้งการกระทำบางลักษณะอาจมีประเด็นทางกฎหมาย
สถานการณ์ล่าสุด
จึงต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เผยแพร่ ทั้งนี้ ไม่ควรตีตราหรือสรุปว่าผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวเป็นผู้มีปัญหาสุขภาพจิตโดยทันที
แต่ควรให้ความสำคัญกับการประเมินสถานการณ์และการดูแลอย่างเหมาะสม อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือประชาชน ผู้ปกครอง ครู นักเรียน และสื่อมวลชน ยึดหลัก “2 ไม่ 1 ร่วม” ได้แก่
ไม่ส่งต่อ ไม่แชร์โพสต์ข่มขู่เพื่อไม่เพิ่มการกระจายของเนื้อหา ไม่เลียนแบบ ไม่โพสต์ ท้าทายหรือล้อเลียนเหตุการณ์ เพราะอาจกระทบจิตใจผู้อื่น และสร้างความตื่นตระหนก และ ร่วมแจ้งเบาะแส
มุมมองและผลกระทบ
หากพบเนื้อหาที่น่ากังวล ให้เก็บหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอ ลิงก์ หรือข้อมูลบัญชีผู้โพสต์ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการอย่างเหมาะสม
พร้อมทั้งขอให้ทุกคนลดการให้พื้นที่กับผู้ก่อเหตุ เพิ่มพื้นที่ให้กับการช่วยเหลือและการป้องกัน โดยเลือกสื่อสารข้อมูลที่ช่วยให้ประชาชนปลอดภัยและให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ
ขณะเดียวกัน ครูและผู้ปกครองควรแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า สถานศึกษาไม่ยอมรับการข่มขู่ ล้อเลียน หรือสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง พร้อมกำหนดแนวทางป้องกันและรับมือที่ชัดเจน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ตักเตือนและจัดการผู้โพสต์อย่างจริงจังตามความเหมาะสม และพิจารณาเป็นรายกรณี ไม่ประจาน ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เหมารวมเด็กทั้งกลุ่ม
ควบคู่กับการประเมินความเสี่ยงและดูแลช่วยเหลืออย่างเหมาะสม รวมถึงควรเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนพูดคุยถึงความรู้สึก รับฟังโดยไม่ตำหนิหรือตีตรา
และสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรม หากมีความเครียด หวาดกลัว เศร้า หรือรู้สึกไม่สบายใจจากเหตุการณ์ สามารถปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าว: MCATT
เยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบเหตุรุนแรง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี กรมสุขภาพจิตย้ำ "ป่วยจิตเวช" ไม่ใช่ข้อยกเว้นความผิดทางกฎหมาย ช่องโหว่ก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



